วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามและร่วมสรุปผลการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรณีอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยชื่นชมภาพรวมการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการการฝึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการแจ้งเตือนภัย การอพยพ การกู้ภัย การจัดตั้งศูนย์พักพิง ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สิ่งสำคัญหลังการฝึก คือการนำข้อมูล ปัญหา และข้อสังเกตจากการซ้อมแผนครั้งนี้ ไปปรับปรุงแผนเผชิญเหตุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ “ระบบแจ้งเตือนภัย” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรับมืออุทกภัย เพราะตัวชี้วัดสำคัญคือปริมาณน้ำฝน และระยะเวลาในการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ซึ่งในพื้นที่มีการเตรียมเครื่องมือและระบบที่ทันสมัย สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มโอกาสในการอพยพและลดความสูญเสีย
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร เครื่องมือ และกำลังพลให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมแผนรองรับในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้กลไกผู้นำชุมชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้กระจายข่าวสารและแจ้งเตือนประชาชน เพราะเป็นบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเชื่อมั่นและเข้าถึงได้รวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งบางจุดยังต้องปรับปรุงเรื่องความเหมาะสมของพื้นที่ การดูแลด้านสาธารณสุข รวมถึงความเพียงพอของที่นอน อาหาร และสิ่งของจำเป็น เพื่อให้สามารถรองรับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดสถานการณ์จริง
นายเจเศรษฐ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบประปาหมู่บ้านและแหล่งน้ำดิบ ว่าต้องมีแผนสำรองรองรับหากเกิดผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการกักเก็บน้ำ การสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาค การจัดรถน้ำ ตลอดจนเส้นทางการลำเลียงน้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในช่วงเกิดภัย อีกทั้งยังสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการภัยพิบัติและบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้งานได้อย่างเข้าใจและเกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับการฝึกครั้งนี้ จังหวัดเชียงรายได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ อาสากู้ภัย และภาคประชาชน ที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัย การอพยพประชาชน การส่งต่อผู้ประสบภัย การจัดตั้งศูนย์พักพิง การดูแลด้านอาหารและสาธารณสุข ตลอดจนการกู้ภัยทางน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางน้ำ นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการอพยพประชาชนในพื้นที่ชายแดนแม่สาย การดูแลผู้พักพิงอย่างเป็นระบบ รวมถึงการฝึกใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่สูงหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเข้าถึงได้ยากในภาวะฉุกเฉิน สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมในทุกมิติของการรับมือภัยพิบัติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่รัฐบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี และทุกหน่วยงาน ลงพื้นที่ร่วมติดตามการฝึกในครั้งนี้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในทุกด้าน พร้อมยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำและการบริหารจัดการน้ำจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ทุกภาคส่วนมีความพร้อมในการดูแลและช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดสถานการณ์จริง








