รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เชียงราย ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัย เตรียมพร้อมรับฤดูฝนปี 2569 เน้นการสื่อสารที่สั้น กระชับ ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
วันที่ 22 พ.ค.69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายร่วมให้การต้อนรับและร่วมฝึกซ้อม
การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมปฏิบัติ (Drill) ในสถานีต่างๆ ทั้งการอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว การแพทย์และสาธารณสุข การค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ การปฏิบัติการทางอากาศ พร้อมลงพื้นที่จุดเคยเกิดเหตุดินถล่มบริเวณบ้านหินแตก อำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเคยเกิดความสูญเสียในอดีต เพื่อประเมินความพร้อมและแนวทางรับมือสถานการณ์จริงในช่วงฤดูฝนปีนี้
สำหรับการฝึกซ้อมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2569 แบ่งเป็นการฝึกซ้อมบนโต๊ะ (Tabletop Exercise : TTX) และการฝึกซ้อมปฏิบัติ (Drill) เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุ ระบบแจ้งเตือนภัย ระบบบัญชาการเหตุการณ์ การอพยพประชาชน การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ระบบสื่อสาร และการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้ทุกหน่วยงานสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูง ที่กำหนดให้มีการฝึกตามแผนรับมืออุทกภัยระดับจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล เครื่องมือ และระบบบัญชาการเหตุการณ์ รองรับสถานการณ์ภัยที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น
ทางด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชื่นชมการทำงานของทุกภาคส่วน พร้อมเน้นย้ำว่า เมื่อเกิดสถานการณ์จริง การช่วยเหลือต้องมีความชัดเจนและรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงซ้ำซากที่ควรได้รับการแจ้งเตือนก่อน พร้อมกำชับว่า “การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ” ต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ให้ประชาชนรู้ว่า “อะไรจะเกิดขึ้น เคยเกิดอะไร และต้องปฏิบัติตัวอย่างไร” เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงการช่วยเหลือได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานนำบทเรียนจากการฝึกซ้อมมาสรุปจุดที่ยังขาดความพร้อม ปัญหาอุปสรรค และข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะประเด็นด้านระเบียบและงบประมาณในภาวะฉุกเฉิน เพื่อนำไปปรับปรุงแผนเผชิญเหตุให้สามารถใช้งานได้จริงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะที่นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับ “ระบบวิทยุสื่อสาร” ควบคู่กับการรายงานสถานการณ์ เพื่อให้ศูนย์บัญชาการสามารถรับข้อมูลและกระจายการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว พร้อมขอให้ทุกฝ่ายมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการสื่อสารที่ต้อง “กระชับ ว่องไว และแม่นยำ” เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยย้ำว่า แม้จะไม่สามารถหยุดยั้งภัยธรรมชาติได้ แต่การเตรียมความพร้อมที่ดี การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน จะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างสูงสุด








