วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.อ.วีรเทพ การุณรอบดุล รอง ผอ.รมน.จว.หนองคาย (ท), พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม ผกก.สส.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.หนองคาย รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง รับตัวคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (Call Center) กลับประเทศไทย จำนวน 102 คน แยกเป็นชาย 50 คน หญิง 52 คน พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก
กลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 หลังทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ก่อนควบคุมตัวและส่งกลับมายังประเทศไทย โดยนำทั้งหมดส่งข้ามแดนมายังกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดหนองคาย ที่ 1 อำเภอเมืองหนองคาย
จากนั้น เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ หน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันคัดกรองอย่างละเอียด เพื่อแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือถูกบังคับใช้แรงงาน ออกจากผู้ที่ตั้งใจเข้าไปกระทำผิด
สำหรับผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกลวง จะมีการจัดรถส่งกลับภูมิลำเนา ขณะที่ผู้ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายร่วมขบวนการสแกมเมอร์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบางรายมีคดีติดตัวและหมายจับหลายคดี บางรายสูงถึง 70 หมายศาล
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของผู้ถูกส่งตัวทั้งหมดอย่างละเอียด ว่าเดินทางข้ามแดนโดยถูกต้องหรือไม่ หากพบมีความผิดจะส่งดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หากเป็นผู้เสียหายก็จะพิจารณาช่วยเหลือตามขั้นตอน พร้อมขอความร่วมมือให้ทุกคนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่เพื่อการดำเนินการอย่างเป็นธรรม








