วันที่ 21 พฤษภาคม 2569ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดี “นายซุน หมิงเฉิน” ชาวจีน ครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1, พล.ต.ต.หญิง ธิติมา ธรรเมศรานนท์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย นักวิทยาศาสตร์ (สบ5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ร่วมแถลง ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ด้านความมั่นคง) สั่งการขยายผลสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุม โดยล่าสุดสืบสวนขยายผลได้รวม 7 คดี จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 11 คน ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก, ปืน M4 2 กระบอก, ระเบิดสังหาร 10 ลูก, ระเบิด C4 น้ำหนัก 3,659 กรัม, กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. รวม 673 นัด และเสื้อเกราะ 3 ตัว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากการสืบสวนขยายผลร่วมกับของตำรวจหน่วยต่าง ๆ ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 2, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ดำเนินคดีกับ นายซุน หมิงเฉิน พร้อมพวก รวม 7 คดี ผู้ต้องหารวม 11 คน ได้แก่
1. คดีจับกุม นายซุน หมิงเฉิน พร้อมอาวุธปืนและวัตถุระเบิด : จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายซุน หมิงเฉิน ชาวจีน ดำเนินคดีข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง โดยได้รับได้รับอนุญาต, พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสารารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อนุญาต, มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง, มีไว้ครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และ นางยู ชิน หม่า ชาวไต้หวัน ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. คดีขยายผลอาวุธปืนยาว M4 : พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง” กับกลุ่มผู้ขายอาวุธปืน M4 ให้แก่นายซุน หมิงเฉิน จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายคเชนทร์, นายเมธี, นายจำลอง, นายปฐมพล และ นายวัชรินทร์
3. คดีขยายผลอาวุธปืนสั้น กล๊อก 26 : มีผู้เกี่ยวข้องกับการขายอาวุธ 6 คน อยู่ระหว่างเชิญตัวมาสอบปากคำ ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ได้ส่งข้อมูล โดย สน.ห้วยขวาง รับคดีจาก สภ.ห้วยใหญ่ มาดำเนินการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป
4. คดีขยายผลวัตถุระเบิด 2 ลูก : ซึ่งนายซุน หมิงเฉิน ได้สั่งให้นายสี บุน เหลียง หาคนไปรับวัตถุระเบิดบริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 4 คน ได้แก่ นายซุน หมิงเฉิน, นายสี บุน เหลียง (คนขับรถ), นายสมเกียรติ (รับจ้างขับรถไปรับระเบิด), นายณภัทร (รับจ้างจากนายสมเกียรติไปรับแทน) อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
5. คดีขยายผลการขอมีบัตรสีชมพู : มีการออกหมายจับ 4 หมาย ผู้ต้องหา 3 คน จับกุมแล้วทั้งหมด ได้แก่ อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่) 2 หมายจับ, เจ้าหน้าที่ 1 หมายจับ และนายซุน หมิงเฉิน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
6. คดีขยายผลเครือข่ายการมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของ นายซุน หมิงเฉิน กับพวก : มีการดำเนินคดีผู้มีส่วนร่วม จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายหลานเทียน หรือ เสี่ยวหลาน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานออกหมายจับ), นายซุน หมิงเฉิน, นายสี บุน เหลียง และ นายสมเกียรติ ข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยร่วมกันมีและจัดหาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด เครื่องยุทธภัณฑ์ เพื่อกระทำผิดอาญาร้ายแรง และได้มาซึ่งผลประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือทางอื่นโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใน 4 มูลฐาน ได้แก่ อาวุธปืน, ลักลอบนำพาคนเข้า-ออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย, ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และลักลอบขนเงิน 20 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน
7. คดีขยายผลเครือข่ายเส้นทางการเงินและเส้นทางการซื้อขายเหรียญผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ของนายซุน หมิงเฉิน กับพวก ที่เกี่ยวพันกับเคสหลอกลวงออนไลน์อื่นๆ : จากการตรวจสอบพบว่า นายซุน หมิงเฉิน มีบัญชีธนาคารไทย จำนวน 5 บัญชี ซึ่งได้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้นพบว่ามีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับบัญชีต่าง ๆ กว่า 648 บัญชี มีความเกี่ยวข้องกับ Case ID จำนวนรวมทั้งสิ้น 4,143 Case ID มูลค่าความเสียหายกว่า815 ล้านบาท สำหรับในส่วนของการซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีกลุ่มที่เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว และกลุ่มที่อยู่ระหว่างขยายผล และจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นายซุน หมิงเฉิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมและฟอกเงิน บก.สอท.1 จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนาย ซุน หมิงเฉิน ต่อไปแล้ว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดพบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายซุน หมิงเฉิน มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา เครือข่ายนายหลานเทียน หรือ เสี่ยวหลาน และพบหลักฐานความขัดแย้งระหว่างเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ








