ครอบครัวกิ๊กสาว เข้าพบตำรวจ สภ.บางบัวทอง ติดตามคดีผัวแกร็บโหด ญาติยันเอาเรื่องถึงที่สุด เผยพฤติกรรมความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีทั้งการทำร้าย ข่มขู่ และบังคับกลับไปอยู่ด้วย แม้ผู้ก่อเหตุอ้างบันดาลโทสะ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 พ.ค.69 พ่อ แม่ และน้าสาวของ น.ส.จอย ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและติดตามความคืบหน้าของคดี หลังนายวินัย อายุ 42 ปี ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.จอย จนเสียชีวิต ก่อนขับรถนำศพมามอบตัวกับตำรวจ
ทันทีที่ครอบครัวเดินทางมาถึง และเห็นรถยนต์ที่ยังมีร่างของ น.ส.จอย อยู่ภายใน ต่างพากันร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งยืนยันว่า ที่ผ่านมานายวินัย ไม่เคยแสดงพฤติกรรมรุนแรงให้เห็นต่อหน้าครอบครัว อีกทั้งยังคอยช่วยเหลือ รับส่งพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตไปขายของที่ตลาดเป็นประจำทุกวัน จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่า ลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายมาตลอดช่วงเวลาที่คบหากัน
ด้านนางสาวกาญจนา (ขอสงวนนามสกุล) น้าสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนสนิทกับทั้ง น.ส.จอย และนายวินัย พร้อมยืนยันว่า นายวินัย ยังไม่ได้เลิกรากับ น.ส.นก ภรรยาหลวง เพราะฝ่ายภรรยาหลวงยังโทรศัพท์มาต่อว่า น.ส.จอย อยู่เป็นประจำ เพื่อขอให้เลิกยุ่งกับสามี
น้าสาวของผู้เสียชีวิต ระบุอีกว่า ช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา น.ส.จอย พยายามตีตัวออกห่างและขอเลิกกับนายวินัย เนื่องจากเริ่มมีคนใหม่ แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเลิก และเกิดความหึงหวงอย่างหนัก จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเดือนที่ผ่านมา มีการลงมือทำร้ายกันถึง 3-4 ครั้ง
เหตุการณ์ที่ครอบครัวรับไม่ได้ที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนและ น.ส.จอย นั่งดื่มสังสรรค์กันอยู่ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง นายวินัย ได้เดินทางตามมาด้วยอารมณ์โกรธ ตนจึงพยายามห้ามและบอกให้กลับไปสงบสติอารมณ์ก่อน ตอนแรกนายวินัย ยอมเดินกลับไปที่รถ แต่ระหว่างที่ตนเดินไปเข้าห้องน้ำ นายวินัย กลับย้อนเข้ามาภายในร้าน ก่อนตบใบหน้า น.ส.จอย ถึง 2 ครั้ง จนใบหน้าแดงและดวงตาเริ่มฟกช้ำ
น้าสาวของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยความคับแค้นว่า หลังเห็นสภาพใบหน้าของหลานสาว ตนรู้สึกโมโหมากและอยากเข้าไปปกป้อง แต่ผู้ก่อเหตุรีบเดินออกจากร้านไปเสียก่อน
ต่อมาหลังเกิดเหตุ นายวินัย ได้โทรศัพท์มาหา น.ส.จอย พร้อมข่มขู่ว่า หากไม่กลับไปหาที่แมนชั่น จะย้อนกลับมาถล่มร้านอาหาร ทำให้ น.ส.จอย จำใจเดินทางออกจากร้านช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. หลังจากนั้นครอบครัวไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้อีกเลย
นอกจากนี้ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ยังเปิดเผยอีกว่า ตนได้ส่งข้อความไปตำหนินายวินัย ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับมาว่า เสียใจที่เห็น น.ส.จอย ไปโรงแรมกับชายอื่น และอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนขาดสติจนก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ต่อมาตนพยายามวิดีโอคอลหา เพื่อสอบถามว่า น.ส.จอย อยู่ที่ไหน แต่นายวินัย กลับอ้างว่า น.ส.จอย ไม่สบายและกำลังนอนหลับอยู่ ทั้งที่ในเวลานั้น ผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้ว โดยครอบครัวยังไม่ทราบความจริง กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ ครอบครัวจึงทราบข่าวว่า น.ส.จอย เสียชีวิตแล้ว และถูกนำศพมามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง
น้าสาวของผู้เสียชีวิต ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า น.ส.จอย รู้จักกับนายวินัย มาประมาณ 1 ปี หลังพบกันที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านคลองถนน ภายหลังนายวินัย พ้นโทษออกจากเรือนจำ ก่อนจะมาประกอบอาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสาร
ทั้งนี้ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ฝากข้อความถึงผู้ก่อเหตุด้วยความโกรธแค้นว่า “มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ใจหมามาก เลวที่สุด รับไม่ได้ เคยเตือนแล้วหลายครั้งเรื่องทำร้ายหลานสาว” พร้อมยืนยันว่า ครอบครัวจะดำเนินคดีกับนายวินัยให้ถึงที่สุด แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็นการบันดาลโทสะก็ตาม








