“พลายบุญช่วย” ช้างป่าเจ้าถิ่นป่าละอู ออกหากินกลางถนนหัวหิน เจอรถกระบะบรรทุกคนงาน ก่อนใช้งวงเข้าหาท้ายรถ ทำคนงานตกใจพากันกระโดดหนีได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและผลักดันช้างกลับเข้าป่า
วันที่ 14 พ.ค.69 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สยอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่า ชุดที่ 2 กำลังปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจตราตามปกติได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีช้างป่าเข้าทำร้ายรถบรรทุกคนงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนเส้นพุไทร-ไทรเอน สายหลักไปน้ำตกป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จึงรุดไปตรวจสอบพบรถกระบะจอดอยู่ริมทางและมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย ประกอบด้วยหญิงชราอายุ 60 ปี หมดสติ มีบาดแผลที่ศีรษะ หญิงอายุ 40 ปี และชายอายุ 40 ปี มีอาการเจ็บหน้าอก เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถกู้ชีพ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ทำการปฐมพยาบาลและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวหินให้แพทย์รักษาอย่างเร่งด่วน
จากการสอบถามทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าวขณะเดินทางกลับยังที่พักในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ โดยมีคนงานนั่งอยู่ด้านท้ายกระบะ ระหว่างทางพบ "พลายบุญช่วย" ช้างเจ้าถิ่นที่ออกหากินยืนอยู่บนถนน คนขับจึงจอดรอ จังหวะพลายบุญช่วยเห็นเดินตรงเข้าหาใช้งวงเพื่อหาของกินที่บริเวณท้ายกระบะที่คนงานนั่งอยู่ ด้วยความตกใจกลัวต่างพากันกระโดดหนีได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บยังพบ "พลายบุญช่วย" เดินวนเวียนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุจึงช่วยกันผลักดันให้กลับเข้าป่าลึกเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรไปมา ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.7 (เขาหุบเต่า) ซึ่งเป็นจุดที่มีป้ายเตือนห้ามประชาชนนั่งท้ายรถกระบะอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นเส้นทางหากินของช้างป่ามีโอกาสเผชิญหน้ากับมนุษย์ได้สูง
นายนิทัศน์ กล่าวว่า การปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเน้นย้ำของ รมว.ทส. และอธิบดีกรมอุทยานฯ ที่มุ่งเน้นการเผชิญเหตุอย่างรวดเร็วเพื่อลดความสูญเสีย และสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการงดนั่งท้ายกระบะผ่านพื้นที่เสี่ยงเพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังคอยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง








