ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ
รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
เมื่อพูดถึงการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร คนส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งที่เปรียบเสมือน “ซีอีโอของเมือง” มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและบริหารมหานครที่มีประชากรมากกว่าสิบล้านคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตำแหน่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ในทุกวันมากกว่าที่หลายคนคิด นั่นคือ “สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร” หรือที่เราคุ้นกันในชื่อสั้น ๆ ว่า “สก.” วันนี้เรามาทำความรู้จัก สก.ให้มากขึ้นกันครับ
หลายคนอาจรู้จักผู้ว่าฯ กทม. แต่ไม่รู้จัก สก. ในเขตของตนเอง ทั้งที่ สก. เป็นตัวแทนของประชาชนในระดับพื้นที่ เป็นคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร และเป็นผู้สะท้อนปัญหาของประชาชนจากชุมชนต่าง ๆ ไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย ดังนั้น หากเปรียบกรุงเทพมหานครเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ผู้ว่าฯ กทม. ก็คือผู้บริหารสูงสุด ส่วน สก. เปรียบได้กับ “คณะกรรมการบริษัท” ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และกำกับดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หน้าที่สำคัญประการแรกของ สก. คือการพิจารณาและอนุมัติงบประมาณของกรุงเทพมหานคร
ในแต่ละปี กรุงเทพมหานครมีงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท เงินจำนวนนี้มาจากภาษีและรายได้ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน การสร้างถนน การปรับปรุงทางเท้า การจัดการน้ำท่วม การศึกษา สาธารณสุข สวนสาธารณะ หรือแม้แต่การจัดเก็บขยะ ล้วนต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น
คำถามสำคัญคือ เงินเหล่านี้จะถูกใช้ไปอย่างไร?
ผู้ว่าฯ อาจเป็นผู้เสนอแผนงาน แต่ผู้ที่มีอำนาจพิจารณา ตรวจสอบ และให้ความเห็นชอบก็คือ สก. ดังนั้น สก. ที่มีความรู้ความสามารถและกล้าตรวจสอบย่อมช่วยให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดการใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่านั่นเอง เปรียบได้กับสส.ในสภาใหญ่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้แน่ใจว่าเงินภาษีประชาชนจะถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
หน้าที่ประการที่สอง คือการตรวจสอบฝ่ายบริหาร
ในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีองค์กรใดควรมีอำนาจโดยปราศจากการตรวจสอบ กรุงเทพมหานครก็เช่นเดียวกัน แม้ผู้ว่าฯ จะได้รับเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีองค์กรที่ทำหน้าที่ถ่วงดุล เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใส
บรรดา สก. จึงสามารถตั้งกระทู้ถาม ขอข้อมูล เชิญผู้บริหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง รวมถึงตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาปัญหาต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่ามีโครงการใดที่ล่าช้า ใช้งบประมาณสูงผิดปกติ หรือไม่ตอบโจทย์ประชาชน สก. คือกลไกสำคัญที่สามารถตั้งคำถามแทนประชาชน
หน้าที่ประการที่สาม คือการเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างประชาชนกับกรุงเทพมหานคร
ปัญหาหลายอย่างอาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาของส่วนกลาง แต่กลับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ทางเท้าชำรุด ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ จุดเสี่ยงอาชญากรรม ขยะตกค้าง คูคลองอุดตัน หรือพื้นที่สาธารณะที่ไม่ได้รับการดูแล ล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน สก. ในฐานะตัวแทนของประชาชนในพื้นที่จึงมีหน้าที่รับฟังปัญหาเหล่านี้และนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อเป็นข้อมูลผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมโดยฝ่ายบริหาร ซึ่งก็คือผู้ว่านั่นเอง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สก. จึงควรเป็นคนที่ควรเข้าใจพื้นที่ของตนเองดีที่สุด เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากกว่าผู้บริหารระดับเมือง
หากมองไปยังต่างประเทศ จะพบว่าเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกต่างมีระบบสภาเมืองที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นกรุงลอนดอน นครนิวยอร์ก กรุงโตเกียว หรือกรุงโซล ต่างมีสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารและเป็นตัวแทนของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งประสบการณ์จากหลายประเทศแสดงให้เห็นว่า เมืองที่มีสภาเมืองเข้มแข็งมักมีความโปร่งใสสูงกว่า มีการใช้งบประมาณอย่างรอบคอบมากกว่า และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ดีกว่า
ในทางกลับกัน หากประชาชนให้ความสนใจกับตำแหน่งผู้บริหารเพียงอย่างเดียว แต่ละเลยการเลือกผู้แทนในสภา เมืองอาจขาดกลไกถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น ในช่วงที่การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครกำลังใกล้เข้ามา สิ่งที่ประชาชนควรถามไม่ใช่เพียงว่า “จะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ” แต่ควรถามด้วยว่า “จะเลือกใครเป็น สก.”เพราะคนที่จะกำหนดอนาคตของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีเพียงผู้ว่าฯ เพียงคนเดียว หากยังรวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอีกหลายสิบคนที่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง
การเมืองท้องถิ่นอาจไม่หวือหวาเหมือนการเมืองระดับชาติ ข่าวของ สก. อาจไม่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่ผลการทำงานของพวกเขากลับส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินออกจากบ้าน ไปจนถึงคุณภาพของเมืองที่เราอาศัยอยู่ บางครั้ง อนาคตของมหานครไม่ได้ถูกกำหนดโดยบุคคลที่อยู่บนเวทีใหญ่ที่สุด หากแต่อยู่ในมือของผู้แทนท้องถิ่นที่ทำงานอย่างเงียบ ๆ ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม “สก.” จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
28 มิ.ย. อย่าลืมไปเลือกตั้ง สก. กันนะครับ
เอวัง








