ตำรวจระยองรวบแรงงานกัมพูชาใช้ขวานฟันเพื่อนคนงานไทยเสียชีวิตคาเปล หลังหนีซ่อนตัวนาน 3 วัน เจ้าตัวรับสารภาพ อ้างถูกด่าบุพการีและเอารองเท้าแช่ชามมาม่าบังคับกินจนบันดาลโทสะ พบฉี่ม่วง-ไร้เอกสารเข้าเมือง
จากกรณีคนงานชาวไทยถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิตภายในบ้านพักคนงานแห่งหนึ่ง โดยเบื้องต้นนายจ้างเข้าใจว่าผู้ก่อเหตุเป็นแรงงานชาวเมียนมา ก่อนหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังฝ่ายสืบสวนในพื้นที่ ร่วมกับตำรวจสืบสวนภาค 2 เร่งแกะรอยติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 13 พ.ค.69 พ.ต.อ.พิรชัช ใจเย็น ผกก.สภ.สำนักทอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ดุรงค์ สุวรรรโชติ รอง ผกก.สส.สภ.สำนักทอง พ.ต.ท.สุทิน ขุมเงิน สว.สส.สภ.สำนักทอง นำกำลังชุดสืบสวน สภ.สำนักทอง ชุดสืบสวนภูธรภาค 2 และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดระยอง ร่วมกันจับกุมนายพิม หรือ “หนู” อายุ 22 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ก่อเหตุใช้ขวานฟันศีรษะแรงงานไทยเสียชีวิตได้ ภายในโรงงานรับซื้อไม้ยางพาราแปรรูป พื้นที่บ้านเนินสว่าง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
จากการสืบสวนทราบว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้ขโมยรถยนต์ของนายจ้าง หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเข้ามาสมัครเป็นคนงาน อ้างตัวว่าเป็นแรงงานชาวเมียนมา เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในช่วงกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ทำให้นายจ้างหลงเชื่อและรับเข้าทำงาน
ต่อมาตำรวจไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี กระทั่งพบว่าผู้ต้องหานำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้บริเวณบ้านพักคนงานในซอยเขามะกอก ต.สำนักทอง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 6 กิโลเมตร เนื่องจากน้ำมันหมด ก่อนเดินเท้าเข้าไปหาเพื่อนแรงงานชาวกัมพูชาที่กำลังกรีดยางอยู่ใกล้จุดดังกล่าว ขอเงินจำนวน 200 บาท พร้อมยืมรถจักรยานยนต์ใช้หลบหนี และยังนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำต่อให้เพื่อนแรงงานชาวเขมรด้วยกันอีกทอดหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาติดตามแกะรอยนาน 3 วัน จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาแอบเข้าไปทำงานอยู่ในโรงงานไม้ยางพาราแปรรูป พื้นที่ อ.บ้านค่าย จึงวางกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวไว้ได้โดยละม่อม
สอบสวนเบื้องต้น นายพิม ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุรากับผู้ตายภายในบ้านพักคนงาน กระทั่งผู้ตายเกิดอาการเมาและพูดจาข่มเหงดูถูก ด่าทอบุพการีอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังนำรองเท้าที่ใส่อยู่มาแกว่งแช่ในชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตนกำลังกิน พร้อมบังคับให้กินจนหมด ทำให้เกิดความคับแค้นใจและโมโหอย่างหนัก
ผู้ต้องหาอ้างว่า หลังจากถูกยั่วยุและดูหมิ่นอย่างต่อเนื่อง จึงฉวยจังหวะที่ผู้ตายนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเปลนอน ใช้ขวานเดินเข้าฟันศีรษะจากด้านหลังอย่างแรงหลายครั้งจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนรีบขโมยรถยนต์ของนายจ้างหลบหนีไปทางถนนสายบ้านค่าย-วังจันทร์ แล้วนำรถไปจอดทิ้งริมป่ายาง ก่อนตระเวนหลบซ่อนตัวตามแคมป์คนงานและโรงงานต่าง ๆ กระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นและตรวจหาสารเสพติดอย่างละเอียด พบผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก หรือ “สีม่วง” ส่วนเรื่องเอกสารแรงงานต่างด้าว ผู้ต้องหาอ้างว่ามีบัตรสีชมพู แต่ขณะถูกจับกุมไม่พบเอกสารหรือหลักฐานแสดงตนว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรอย่างถูกต้อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








