ระยองมอบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ” และ “บุปผาบรมราชินีนาถ” ให้ผู้ประกอบการ OTOP และช่างทอผ้า นำต่อยอดสร้างสรรค์ผ้าไทย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน พร้อมสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่ระดับสากล
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 พ.ค.69 ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ” และ “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” ส่งมอบให้แก่หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดระยอง กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรมในจังหวัดระยอง รวมจำนวน 86 คน เพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อยอด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนต่อไป
ตามที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้าฯ" ทรงพัฒนาลวดลายจากประวัติศาสตร์ “ลายขอสมเด็จฯ” ผสมผสานกับ “ลายขอเจ้าฟ้าฯ” เพื่อให้คนไทยได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคใต้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงพระราชทานลายผ้า “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” ประเภทผ้าบาติก แก่ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมไทย เพื่อนำไปถักทอผืนผ้าและสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่า อันจะช่วยยกระดับ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไทยเพิ่มพูนมูลค่า และพัฒนาศักยภาพด้านเทคนิค และการทอมากยิ่งขึ้น กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการตามแนวพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ยังผลให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืน อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยและสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ
ทั้งนี้ จังหวัดระยอง ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของกระทรวงมหาดไทย โดยส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และช่างหัตถกรรมในพื้นที่ นำลายผ้าพระราชทานไปประยุกต์ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างสรรค์ผลงานที่มีอัตลักษณ์ สร้างรายได้ และยกระดับผ้าไทยสู่มาตรฐานสากล อันเป็นการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน








