“เสนาธิการ ทบ.” ลงพื้นที่ชายแดนช่องสายตะกู เยี่ยมและให้กำลังใจคนจับอึ่งที่โดนทหารเขมรไล่ยิง เชื่อชาวบ้านแล้วว่าเป็นทหารเขมรจริง พร้อมวางมาตรการให้ชาวบ้านมั่นใจวางลวดหนามและวางกำลัง ขณะชาวบ้านดีใจพร้อมขอโทษ โฆษกระบุ ”ยังรักเหมือนเดิม”
วันที่ 12 พ.ค.69 พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์บริเวณช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน พร้อมประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนายอภิรักษ์ บุตรเพชร ที่บ้านพักในอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ หลังทั้งสองคนเข้าไปหาของป่า แล้วพบกลุ่มทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธเข้ามาในพื้นที่ สร้างความตื่นกลัวให้กับประชาชนตามแนวชายแดน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นนั่งจับเข่าคุยกับผู้ประสบเหตุ ชาวบ้านส่วนหนึ่งเอาผ้าขาวม้ามาผูกขวัญให้เสนาธิการฯ ขณะเสนาธิการฯก็ได้ให้กำลังใจชาวบ้าน พร้อมได้เน้นย้ำให้กองกำลังสุรนารี พิจารณาปรับการวางกำลังทหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมนำเครื่องมือเฝ้าตรวจชายแดนและอุปกรณ์สนับสนุนต่าง ๆ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถดูแลพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมและรัดกุมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมสูงสุด สามารถปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยของชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้ตลอดเวลา ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ที่ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยทุกพื้นที่
นายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี ชาวบ้านที่ประสบเหตุ บอกว่า รู้สึกดีใจที่มีผู้ใหญ่ให้ความสนใจและเป็นห่วงประชาชนตามแนวชายแดน หลังจากนี้คงจะต้องระวังมากขึ้น แต่ก็อุ่นใจแล้วที่กองทับบกให้ความสำคัญจุดนี้
เช่นเดียวกับนางกัลย์สุดา บุตรเพชร อายุ 51 ปี ภรรยานายอภิรักษ์ บอกว่าดีใจมากที่มีผู้ใหญ่มาเยี่ยมและมาบอกลักษณะขอโทษ จริงแล้วชาวบ้านตาดำๆ ไม่มีอะไร สิ่งที่โพสต์ไปบางครั้งเป็นเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดความเสียหายต่อกองทัพ ฟังกองทัพแล้วอุ่นใจขึ้นที่จะมีการวางลวดหนาม และตั้งฐานทหารขึ้นมาบริเวณนั้น ฝากขอโทษโฆษกทหารบก ที่ทำให้ไม่สบายใจ ชาวบ้านยังรักท่านเหมือนเดิม








