ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนักเรียนก่อนเปิดเทอม เผยเงินช่วยเหลือรัฐบาลคนละ 500 บาทไม่พอ หลังต้องซื้อชุดพิเศษเพิ่มทั้งเนตรนารี ยุวกาชาด และบำเพ็ญประโยชน์ ขณะที่ชาวบ้านชายแดนบุรีรัมย์ได้รับผลกระทบหนักจากการอพยพและขาดรายได้ช่วงปะทะไทย-กัมพูชา
วันที่ 12 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตามร้านจำหน่ายชุดนักเรียนแต่ละพื้นที่คึกคักเป็นพิเศษในช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่จะเลือกซื้อชุดนักเรียนในหมวดของการลดราคาเพื่อลดค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่จะเกิดขึ้นตามมา ถึงแม้จะมีเงินสนับสนุนจากรัฐบาลหัวละ 500 บาทก็ตาม เพราะต้องซื้อชุดพิเศษอีกหลายรายการ
น.ส.เย็นจิต แก้วกันหา อายุ 43 ปี ชาวตำบลสายตะกู ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ตอนนี้นอกจากจะต้องซื้อชุดนักเรียนปกติแล้ว โรงเรียนยังจะต้องให้ซื้อชุดเพิ่มเป็นชุดเนตรนารี ,ชุดยุวกาชาดรวมถึงชุดบำเพ็ญประโยชน์ นักเรียนคนไหชอบสายไหนก็จะต้องซื้อใส่
เมื่อถามว่าเป็นการเพิ่มภาระหรือจำเป็นหรือไม่ น.ส.เย็นจิต บอกว่าเพิ่มแน่นอนแต่มันก็จะเป็นการสื่อสารให้เด็กรู้ถึงหน้าที่ของชุดนั้นๆ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งเพราะเด็กอยู่ในสังคม
ขณะที่นางชุจิตตา ภูสีฤทธิ์ อายุ 40 ปี ชาวตำบลจันทบเพชร ผู้ปกครองเด็กนักเรียน บอกว่าตอนนี้รัฐบาลช่วยค่าชุดนักเรียนหัวละ 500 บาทไม่พออยู่แล้ว ยอมรับว่าเศรษฐกิจในตอนนี้แย่ โดยเฉพาะพวกตนซึ่งเป็นคนอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ในช่วงที่ผ่านมาต้องอพยพถึง 2 ครั้งนอกจากจะขาดรายได้แล้วเราต้องไปกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในตอนนั้นด้วย จริงแล้วอยากให้รัฐบาลอุดหนุนให้มากกว่านี้
ด้านนางสาวเพชรลดา เอี่ยมดี อายุ 21 ปี พนักงานร้านขายชุดนักเรียนในเขตเทศบาลตำบลปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวยอมรับเช่นเดียวกันว่าถึงแม้เปิดเทอมปีนี้จะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะเงินมาจากการทำงานต่างจังหวัดของผู้ปกครอง ส่วนคนในพื้นที่ซึ่งอยู่ชายแดนไม่มีเงินอยู่แล้วเพราะไม่ได้ออกไปทำงานในช่วงเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา








