สองผัวเมียวัยรุ่นเมืองจันท์ ก่อเหตุเชิดรถกระบะตู้ทึบขนน้ำแข็งของนายจ้าง หลังแบกหนี้นอกระบบ 7,000 บาทไม่ไหว อาศัยจังหวะเสียบกุญแจคารถก่อนขับหนี ตำรวจปิดเมืองล่าจนรวบได้คาด่านสอยดาวภายใน 2 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานผลปฏิบัติการจู่โจมจับกุมแก๊งลักทรัพย์สุดแสบ สั่งการโดย พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะตู้ทึบขนน้ำแข็งสูญหาย จึงระดมกำลังตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี, สภ.สอยดาว, ทหาร ฉก.นย. และ ตชด.11 ตั้งด่านสกัดรอบจังหวัด จนสามารถรวบตัวผู้ก่อเหตุได้พร้อมของกลางในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง
ผู้เสียหายคือ นางสุนทรี (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของรถยนต์กระบะมิสซูบิชิ ไทรทัน สีขาว (ตู้ทึบ) ทะเบียนชลบุรี เปิดเผยว่า ตนเพิ่งรับ นายอาร์ม (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และ นางสาวบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี สองสามีภรรยาวัยรุ่นเข้าทำงานได้เพียง 3 วัน เนื่องจากรู้สึกสงสารที่ทั้งคู่มาสมัครงานและอ้างว่าลำบากไม่มีทางไป แต่เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.30 น. ขณะที่ตนขับรถพาพนักงานไปที่ตลาดจตุจักร ต.จันทนิมิต และได้แวะลงจากรถเพื่อเดินลงไปซื้อของ โดย "เสียบกุญแจรถคาไว้" เพราะเห็นว่ามีคนงานนั่งอยู่ด้วย แต่ปรากฏว่านายอาร์มและนางสาวบีกลับอาศัยจังหวะเผลอดังกล่าว กระโดดขึ้นรถแล้วเร่งเครื่องเชิดรถหนีไปต่อหน้าต่อตา โดยภายในรถมี "ไอซ์" หรือน้ำแข็งป่น บรรจุเต็มคันรถนับสิบกระสอบเตรียมไปส่งลูกค้า
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนปิดล้อมและสกัดกั้นเส้นทางหลบหนี จนกระทั่งเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ณ จุดตรวจร่วมเขาแหลม ต.ทับช้าง อ.สอยดาว พบรถเป้าหมายขับเข้ามาด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าสกัดจับ พบพบนายอาร์มเป็นคนขับและมีแฟนสาวนั่งข้าง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทั้งคู่แสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัดและพยายามจะหลบหนี แต่สุดท้ายไปไม่รอดถูกรวบตัวได้พร้อมของกลางรถกระบะและน้ำแข็งที่ยังอยู่เต็มตู้
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งคู่ยอมรับสารภาพว่าที่ตัดสินใจทำไปเพราะต้องการหาเงินไปใช้หนี้นอกระบบจำนวน 7,000 บาท ที่กู้ยืมมาแต่เจออัตราดอกเบี้ยท่วมหัวจนหาทางออกไม่ได้ จึงร่วมกันวางแผนเชิดรถนายจ้างหวังจะนำไปขายต่อหรือแลกเงินมาใช้หนี้ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตามลากคอได้ทันควันก่อนจะพ้นเขตจังหวัด
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนายจ้างในการรับคนเข้าทำงานและการจอดรถทิ้งกุญแจไว้ รวมถึงสะท้อนปัญหาหนี้นอกระบบที่บีบคั้นจนทำให้เยาวชนตัดสินใจกระทำผิด








