วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่สถานีสูบน้ำบ้านแสนสำราญ ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร และรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมมอบปัจจัยการผลิต และไข่ไก่ให้กับเกษตรกร โดยมีนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 นายเอกรัตน์ มิสา นอภ.ยางตลาด นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด ประธานสันนิบาตเทศบาล จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรให้การต้อนรับ และรายงานสภาพปัญหา
นายทำนอง แก้มสิมมาพร รองนายกอบต.นาเชือก และประธานกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามตำบลนาเชือก ได้รายงานสภาพปัญหาของเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ตำบลนาเชือก มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จำนวน 8 หมู่บ้าน และขึ้นทะเบียนกับประมง จ.กาฬสินธุ์ 196 ราย รวมพื้นที่ ประมาณ 1,499.50 ไร่ ปัจจุบันประสบปัญหากุ้งไม่สามารถจำหน่ายออกสู่ตลาดได้ ทำให้กุ้งตกค้างในบ่อเลี้ยงจำนวนมาก เฉลี่ยรายละ 200-300 กิโลกรัม เกษตรกรต้องแบกภาระเลี้ยงต่อ ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังประสบปัญหาราคาตกต่ำ เนื่องจากภาวะวิกฤตน้ำมันขาดแคลนและแพงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พ่อค้า กดราคาจาก กิโลกรัมละ250 บาท เหลือ กิโลกรัมละ 200 บาท ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจทำประชาชนขาดกำลังซื้อ จึงทำให้กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ตกค้างจำนวนมาก จึงอยากให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนการการผลิต และหาตลาดขายกุ้ง เพื่อระบายกุ้งออกสู่ตลาดโดยเร็ว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้พาคณะผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่มารับทราบปัญหาด้วย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องกุ้งก้ามกรามที่ราคาตกต่ำ และตกค้างในบ่อจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาต้นทุนการผลิต เช่น อาหารแพง ซึ่งหลังจากรับทราบปัญหาจากพี่น้องเกษตรกรแล้ว จะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งการช่วยเหลือเรื่องต้นทุนผลิต ค่าอาหารที่สูงขึ้น ส่วนเรื่องกุ้งราคาตกต่ำค้างบ่อ ซึ่งอาจจะต้องมีการหาช่องทางการตลาด และสถานที่จำหน่ายให้เกษตรกรเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนมาช่วยกันกินกุ้ง และจะมีการจัดงานเทศกาลกินกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ ที่อำเภอยางตลาดเป็นประจำทุกปีต่อไป
สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และส่งไปขายในจังหวัดต่างๆรวมถึงที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอยู่ใน 3 อำเภอ 5 ตำบล คือ คือ อำเภอยางตลาด ในเขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก และ ต.เขาพระนอน อ.เมือง ในเขต ต.ลำคลอง อ.ห้วยเม็ก ในเขต ต.หัวหิน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม 1,220 ราย พื้นที่ 8,540 ไร่ ผลผลิต ประมาณ 3,160 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 790 ล้านบาท ซึ่งแต่ละปีสร้างสามารถขาย ส่งออกสร้างรายได้สู่ จ.กาฬสินธุ์หลายพันล้านบาท โดยปัจจุบันกุ้งก้ามกร้ามจังหวัดกําฬสินธุ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI “กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์”
อย่างไรก็ตามสำหรับการลงพื้นที่ของ รมช.เกษตรฯในครั้งนี้ ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และปลานิลกระชังเขื่อนลำปาว ได้แจ้งปัญหาด้านแหล่งน้ำไม่เพียงพอ และการตลาด ซึ่งเป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นหลังประสบกับปัญหาพลังงานเชื้อเพลิง ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ส่งผลให้กุ้งก้ามกรามที่ได้อายุจับจำหน่ายตกค้างในบ่อเป็นจำนวนมาก
ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด และช่วงเขื่อนลำปาวปิดการส่งน้ำ จึงไม่มีน้ำสำหรับเปลี่ยนถ่ายในบ่อกุ้ง น้ำจึงเน่าเสียง่าย เป็นสาเหตุทำให้กุ้งน็อคตายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรต้องเร่งจับจำหน่าย เพื่อลดความเสียหาย และปรับลดราคาลง กก.ละ100-200 บาท
ขณะที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังเขื่อนลำปาว ยังประสบกับปัญหาราคาตกต่ำมาก จากเดิมราคา กก.ละ 80-90 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง กก.ละ 35 บาทเท่านั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและปลากระชัง ในรูปแบบจัดหาตลาดจำหน่ายผลผลิตที่ล้นตลาด รวมถึงการแปรรูปด้วย จากนั้นเวลา 11.55 น.นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกับปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ มอบปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร รับฟังการบรรยายและสรุปโครงการ และเยี่ยมชมนิทรรการ โดยมีนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายวัชระ ไกรสัย ผอ.สำนักชลประทานที่ 6 นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1นายสำรวย อินพิทักษ์ ผอ.โครการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนให้การต้อนรับ
ทั้งนี้นายวัชระพล ได้กำชับให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาวอย่างเป็นระบบและให้ที่ดีสุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด นอจากจากนี้ทางกระทรวงกระเกษตรฯ ยังจะมีการร่วมกันกับหน่วยงานทุกภาคส่วน และกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องผลักดันและพัฒนาให้เขื่อนลำปาว นอกจากจะเป็นเขื่อนเพื่อการเกษตรแล้ว จะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คสร้างรายได้ในพื้นที่ในอนาคตอีกด้วย








