ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลัง สกัดจับขบวนการต่างด้าวเข้าเมือง 15 ราย รวบได้ทั้งขบวนการ รถนำทางและรถขนคน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล.สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.๑ บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1กก.1บก.ทล.,พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1กก.1บก.ทล.,ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ,ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ,ด.ต.วิบูลย์ วุ่นหนู,ด.ต.เจษฎา นววิศิษฎ์กุล,ส.ต.อ.ภูชิต จินายน ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา นำโดย ด.ต.นันทพัทธ์ บุญช่วย ผบ.หมู่ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๑ บก.สส.สตม.ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.๑ บก.สส.สตม. นำโดย ร.ต.อ.วิจารย์ แก้ววิเศษ รอง สว.กก.๑ บก.สส.สตม. ,ว่าที่ ร.ต.ท.ชูศักดิ์ ภู่อุ่น รอง สว.(สส) กก.๑ บก สส. สตม., ร.ต.ต.สิทธิชัย ศรีรัตนเพียร รอง สว.ฯช่วยราชการ กก.๑ บก.สส.สตม.,จ.ส.ต.กฤษดา อนันทสุข,จ.ส.ต.ธชาทัช พบศิลา ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ต.บัญชา ศรีตัญญู สว.กก.2 บก.ปทส.,ร.ต.ต.ศักดา สถานพงษ์,ร.ต.ต.สินธ์ สุขทอง รอง (ป.)กก.2 บก.ปทส.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.1 นำโดย ร.ต.ท.กฤต สนชาญ รอง สว.(ป) ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.1, ด.ต.จิณเขตต์ เจริญจิตร ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.1
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มหาราช ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำโดย พ.ต.ต.คมสัน เค็งชัยภูมิ สว.สส.สภ.มหาราช, ร.ต.อ.ดำรงค์ เกตุสมพงษ์ รอง สวป.สภ.มหาราช,ด.ต.ศุภฤกษ์ ทองน้อย ผบ.หมู่ สส.สภ.มหาราช,ด.ต.ยุทธการ วงษ์หอมหวล ผบ.หมู่ สส.สภ.มหาราช,ส.ต.ต.วิธวัช ภูสมมา ผบ.หมู่ (ป.) สภ.มหาราช
ร่วมกันจับกุม 1.นาย จอ โบ ฯ อายุ 29 ปี ล่ามแปล 2.)นาย ซัน ฯ อายุ 26 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
โดยกล่าวหาว่า
ผู้ถูกจับที่ 3 – 15 เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลางมี
1.รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA INNOVA สีเทา กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2.รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS สีเทา กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 2 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
3.โทรศัพท์ยี่ห้อ VIVO X200 สีม่วง จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
4.โทรศัพท์ยี่ห้อ VIVO X300Pro สีเทา จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 2)
5.โทรศัพท์ยี่ห้อ OPPO A78 5G สีม่วง จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 2)
6.กุญแจรถยนต์ จำนวน 2 ดอก
สถานที่จับกุม บริเวณ กม.28-29 ทล.3263 ตำบลบางซ้าย อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ข้างเคียงบูรณาการร่วมกันเฝ้าระวังตามเส้นทาง
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ออกตรวจพื้นที่เฝ้าระวัง พบรถยนต์จำนวน 2 คัน ขับขี่ติดตามกันมาระยะห่างประมาณ 500 – 1,000 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับขี่ติดตามระยะทางประมาณเกือบ 30กิโลเมตร มีพฤติการณ์ขับขี่ นำทางและขับตาม ตลอดเส้นทาง จากนั้นได้สังเกตการณ์พบเห็นรถยนต์นั่งสามตอนยี่ห้อ TOYOTA INNOVA สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 7ขต-3xx8 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว
เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย จอ โบ ฯ อายุ 29 ปี เลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ เมียนมา(ทราบชื่อ-นามสกุลภายหลัง) ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าว จำนวน 13 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม และได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนนั้นมีรถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 5ขย-4xx3 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ขับขี่นำทางให้กับตน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณ เรียกคันดังกล่าวให้หยุด และขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย ซัน ฯ อายุ 26 ปี สัญชาติ เมียนมา (ทราบชื่อ-นามสกุลภายหลัง) ผู้ถูกจับที่ 2 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ เบื้องตรวจสอบภายในรถยนต์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นได้สอบถามนาย ซัน ฯ รับว่าตนได้ขับขี่รถยนต์ (ตามของกลางลำดับที่ 2) นำทางรถยนต์ขนแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาจาก อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกจับที่ ทั้งหมดทราบ ควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางซ้าย ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 1 นาย จอ โบ ฯ ให้การยอมรับว่า วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจาก นาย ซัน ชิท ฯ(ผู้ถูกจับที่ 2) โทรมาแจ้งว่าให้ตนขึ้นไปรับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 13 คน ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทางกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยได้ค่าจ้าง 11,700 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 ครั้ง โดยระหว่างทางจะมี นาย ซันฯ เป็นคนขับขี่ รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 5ขย-4xx3 กรุงเทพมหานคร นำทางตลอดเส้นทางโดยมีการประสานงานผ่าน แอพพลิเคชั่น Messenger ด้วยวิธีการแชทข้อความและการโทร โดยตนนั้นจะแบ่งค่าจ้างให้จำนวนเงิน 1,300 บาท และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ และผู้ถูกจับที่ 2 ให้การตรงกัน กับผู้ถูกจับที่ 1 ด้วย
ผู้ถูกจับที่ 3 - 15 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 20,000 บาท โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.
090-982-0586








