ตำรวจ CIB สกัดจับขบวนการขนต่างด้าว 10 คันรถ พบชาวเมียนมามากกว่า 148 ราย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ จ.พิษณุโลก ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, พลตำรวจตรีนิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.อ.วิชา อมระดิษฐ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดพิษณุโลก, พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.อ.สาธิต ตรีเทพา ผู้กำกับการ สภ.พรหมพิราม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ในสังกัด กก.5 บก.ทล., ตชด.31, ฝ่ายปกครองจังหวัดพิษณุโลกและอำเภอพรหมพิราม, เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหากว่า 148 ราย (ชาย 74 ราย, หญิง 74 ราย) แบ่งเป็น
กลุ่มที่ 1 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้ เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือ ช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้น พ้นจากการจับกุม”
กลุ่มที่ 2 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”
กลุ่มที่ 3 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
พร้อมด้วยของกลาง1.รถยนต์ ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 10 คันสถานที่จับกุม ทล.11 กม.255+500 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เมื่อคืนของวันที่ 7 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการขนย้ายบุคคลต่างด้าวจำนวนมาก จากพื้นที่ทางภาคเหนือ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง ทล. 11 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกับได้มีการตั้งจุดสกัดจับหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า บนถนนหลวงสาย 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 255 -256
ต่อมาวันที่ 8 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 01.30 น.ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งจุดสกัดอยู่ มีต้องสงสัยคาดการณ์ว่าเป็นรถนำ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดจึงเลี้ยวกลับรถมุ่งหน้าขึ้นเหนือเข้าเขต อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และมีรถกระบะต้องสงสัยอีก 3 คัน คาดว่าเป็นรถยนต์ที่ขนแรงงานต่างด้าวมาในขบวน กลับรถหลบหนีเข้าป่ากลางทุ่งนา จึงได้บูรณาการกับ ตชด.31 ฝ่ายปกครองอำเภอพรหมพิราม กอ.รมน.จว.พิษณุโลก หน่วยข่าวกรองกองทัพ (ขกท.) ไล่ล่าจึงปิดล้อมจนสามารถควบคุมได้ที่ ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จากการตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าว นั่งโดยสารมาในรถทั้ง 3 คัน กว่า 50 ราย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผล จนทราบว่าจะมีรถขนแรงงานเถื่อนจากแม่สาย จ.เชียงราย ล่องเข้ามาอีก 1 ขบวน โดยมีเป้าหมายแวะเปลี่ยนถ่ายรถ ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก แต่ยังไม่ถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังไล่ล่า เข้าสกัดจับได้เพิ่ม อีก จำนวน 6 คัน รวมสามารถสกัดจับรถยนต์ในในขบวนการนี้ได้ 10 คัน และผู้ต้องหาอีกกว่า 148 ราย นำส่ง สภ.พรหมพิราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามปากคำกลุ่มผู้ต้องหา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นผู้นำพา สารภาพว่า ได้รับค่าจ้างหัวละ 2,000-20,000 บาท เพื่อนำบุคคลต่างด้าว จาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปส่งยังพื้นที่ภาคกลาง ส่วนผู้ต้องหาในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 เป็นบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ซึ่งบางส่วนมีเอกสารการผ่านแดน (Border pass) แต่ออก นอกเขตที่ได้รับอนุญาต และบางส่วนได้หลบหนีเข้ามาในประเทศ ไม่มีเอกสารใดติดตัวมาเลย โดยเสียค่าใช้จ่ายจำนวน 350,000 จ๊าดพม่า หรือ ประมาณ 27,000 บาทไทย เพื่อเข้ามาหางานประเทศไทย เนื่องจากมีค่าตอบแทนที่สูงกว่าประเทศของตน
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล. โทร.081-1430988








