ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ จ.ระนอง และ จ.ชุมพร ติดตามชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังเทพสตรี รวมทั้งหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.44 และ ป.5 พัน.25 ย้ำเข้มความมั่นคงชายแดน - ดูแลทหารใหม่รอบด้าน
พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาของกองทัพบก เดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง และ จ.ชุมพร ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค.69 เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พลตรี อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 /ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี และ พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ให้การต้อนรับ
โดยวานนี้ (8 พ.ค.69) ผู้บัญชาการทหารบกและคณะได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองกำลังเทพสตรี และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ณ ค่ายรัตนรังสรรค์ อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่ จ.ชุมพร ถึง จ.ระนอง รวมระยะทาง 254 กิโลเมตร โดยในปีงบประมาณ 2569 มีผลการจับกุมที่สำคัญ ได้แก่ ตรวจพบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 207 คน, การลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตร อาทิ ยางพารากว่า 18,000 กิโลกรัม และปาล์มน้ำมัน 11,002 กิโลกรัม ซึ่งหน่วยได้ขยายผลจากการจับกุม เพื่อวางแผนและเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นขบวนการผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น จากนั้นผู้บัญชาการทหารบกและคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่จุดตรวจเกาะสะระนีย์ จ.ระนอง ซึ่งเป็นจุดตรวจทางน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจค้นบุคคลและเรือโดยสาร ป้องกันการกระทำผิดต่างๆ และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ โดยในแต่ละวันมีเรือสัญจรเข้า-ออกเฉลี่ย 160–180 เที่ยว และมีผู้โดยสารประมาณ 700–800 คน
และในโอกาสตรวจเยี่ยมหน่วยขึ้นตรงกองกำลังเทพสตรีในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณกำลังพลและมอบนโยบายการปฏิบัติในพื้นที่เพิ่มเติม โดยขอให้หน่วยติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสู้รบภายในประเทศเมียนมา เพื่อให้สามารถเตรียมกำลังและพิจารณาการปฏิบัติได้เหมาะสมและทันท่วงที รวมทั้งขอให้มีการศึกษาและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อเสริมภารกิจการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน พร้อมกำชับผู้บังคับหน่วยให้กำกับดูแลกำลังพล เน้นย้ำห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทุกรูปแบบในพื้นที่โดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ขอให้หน่วยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ พร้อมใช้กลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย–เมียนมา (TBC) ในการประสานการปฏิบัติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน
สำหรับภารกิจในวันนี้ (9 พ.ค.69) ผู้บัญชาการทหารบกและคณะได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินการฝึกทหารใหม่ผลัดที่ 1/69 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 44 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 โดยผู้บัญชาการทหารบกได้รับฟังบรรยายสรุปข้อมูลและการฝึกทหารใหม่ของหน่วย พร้อมตรวจเยี่ยมเต็นท์พยาบาล และโรงนอนภายในหน่วยฝึก จากนั้นได้เดินทางไปติดตามบรรยากาศการฝึกทหารใหม่ รวมทั้งได้พบปะให้กำลังใจทหารใหม่ผลัดที่ 1/69 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทุกนาย ก่อนมอบสิ่งของบำรุงขวัญเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ
ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้โอวาทแก่หน่วยฝึกทหารใหม่ โดยกำชับผู้บังคับหน่วยทุกระดับกำกับดูแลการฝึกอย่างใกล้ชิด ปรับรูปแบบการฝึกให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและเป็นไปตามมาตรการของกองทัพบก พร้อมติดตามประเมินสุขภาพทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคลมร้อนและปัญหาสุขภาพจิต รวมทั้งให้กำลังพลทุกนายมีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้ในทันทีเมื่อเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสิทธิและสวัสดิการของทหารใหม่และครอบครัว โดยผู้บังคับหน่วยต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ และดูแลให้ได้รับสิทธิอย่างครบถ้วน ควบคู่กับการส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาตนเองระหว่างการฝึก เช่น การศึกษาต่อ, การสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก, การฝึกวิชาชีพ และการเข้าสมัครงานกับหน่วยงานที่มีความร่วมมือกับกองทัพบกหลังปลดประจำการ เพื่อสร้างแรงจูงใจและต่อยอดสู่เส้นทางทหารอาชีพในอนาคต
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 9 พฤษภาคม 2569








