ความคืบหน้าคดีสลับตัวเด็กวัย 3 ขวบ ล่าสุดทีมงานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมแม่เด็กผู้เสียหาย เดินทางเข้าศาลจังหวัดพัทยา เพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดี “พรากผู้เยาว์” ที่ นางวิชุดา หรือ “ส้ม” ถูกดำเนินคดี หลังถูกกล่าวหานำเด็กไปสลับตัวตั้งแต่ยังเป็นทารก ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายเดินทางมาศาล ตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ยังไม่พบตัวจำเลยเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ทีมงานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย น.ส.จอย (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย เดินทางมายังศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์”
คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีที่ นางวิชุดา หรือ “ส้ม” สัจจะ อายุ 32 ปี ซึ่งรับเลี้ยงลูกสาวของ น.ส.จอย ตั้งแต่แรกเกิด ถูกกล่าวหาว่านำเด็กหญิงตัวจริงไปสลับตัว และนำเด็กหญิงอีกคนมาส่งคืนให้ผู้เป็นแม่ ตั้งแต่เด็กมีอายุเพียง 5 เดือน
ก่อนหน้านี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมเจ้าหน้าที่ พมจ.ชลบุรี ได้พา น.ส.จอย เข้าพบผู้กำกับการ สภ.บางละมุง เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาวตัวจริง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นางวิชุดา ในคดีดังกล่าว แต่จำเลยได้รับการประกันตัว และอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม ในการนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ พบเพียงฝ่ายผู้เสียหายเดินทางมาศาล ขณะที่ นางวิชุดา ยังไม่ปรากฏตัว
ด้านทีมงานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่อจากฝั่งผู้ต้องหา และคาดว่าจะมีความชัดเจนตามขั้นตอนของศาล ภายหลังการพิจารณาคดีอุทธรณ์ต่อไป








