วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีรถกระบะต้องสงสัยลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมผ่านพื้นที่อำเภอปากท่อ มุ่งหน้าไปยังภาคใต้
ต่อมาได้ประสาน พ.ต.อ.อำนวย เด่นเวหา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากท่อ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัด จนพบรถกระบะต้องสงสัยมีลักษณะดัดแปลงด้านหลังเป็นตู้ทึบ บรรทุกหนักจนท้ายรถแทบติดพื้นถนน จึงเข้าทำการสกัดและควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายกันตเมศท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี
จากการตรวจค้นภายในรถ พบแรงงานต่างด้าวนั่งอัดแน่นเต็มพื้นที่ภายในตู้ทึบ ซึ่งมีการดัดแปลงเป็น 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นผู้ชายนั่งงอตัว ส่วนชั้นล่างเป็นผู้หญิงใช้กระเป๋าเป้ปูรองนั่ง และมีการติดตั้งพัดลมขนาดเล็กหลายจุดเพื่อระบายอากาศ
เจ้าหน้าที่นำแรงงานทั้งหมดลงจากรถ ตรวจสอบพบเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 26 คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 12 คน ไม่มีเอกสารประจำตัว และไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ต้องใช้ล่ามช่วยสอบสวน เบื้องต้นทราบว่าลักลอบเข้ามาในประเทศไทย โดยเสียค่านายหน้าคนละประมาณ 5,800 บาท และมีจุดหมายปลายทางที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อไปทำงาน นอกจากนี้พบว่าผู้ถูกลักลอบนำเข้าแรงงานมีการผูกด้ายสีแดงที่ข้อมือขวา ซึ่งเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ระบุปลายทางการเดินทาง
ด้านนายกันตเมศท์ คนขับรถ ให้การว่า ได้รับว่าจ้างจากนายหน้ารับแรงงานบริเวณพื้นที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เพื่อขนแรงงานไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้ โดยได้รับค่าจ้างหัวละ 2,000 บาท รวมครั้งนี้ประมาณ 50,000 บาท และเคยทำมาแล้ว 2 ครั้ง
เบื้องต้น พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา พร้อมด้วยนายสามารถ เตี้ยเนตร นายอำเภอปากท่อ นายวิมล พิมคล้าย ปลัดอำเภอปากท่อ และเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดราชบุรี ร่วมตรวจสอบข้อมูลแรงงานทั้งหมด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายนายหน้าจัดหาแรงงานผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา นายกันตเมศท์ ฐาน “นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 26 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหา “หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากท่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








