การเปิดเกมรุก จาก “พรรคฝ่ายค้าน” เพื่อหวังดึงให้ “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” ไปถึงมือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าครม. “อนุทิน 2” ทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่
เกมนี้เดิมที “พรรคประชาธิปัตย์” เปิดหน้าบุกก่อน โดย “กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค เกาะติดตั้งแต่รัฐบาล “มีแนวคิด” จนมาถึงที่ ครม.มีมติออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่านี่ไม่ใช่ “ความจำเป็นเร่งด่วน” ตามมาตรา 172 ที่รัฐธรรมนูญ เปิดทางเอาไว้ให้กับฝ่ายบริหาร
จากนั้นกรณ์ และสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเดียวกัน แถลงข่าวต่อสื่อถึงมติของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อ ให้ได้ 140 ชื่อเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย
เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ออกแอคชั่น ด้วยการเป็นเหมือนหัวหอก ดึงพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ของครม.อนุทิน 2 ให้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดคำถามไปถึง 2 พรรคฝ่ายค้านทั้ง “พรรคประชาชน” ที่มีเสียงในมือ 119 เสียง และพรรคกล้าธรรม มี 58 เสียง จะเอาด้วยหรือไม่ ?
อย่างไรก็ดี ในส่วนของพรรคกล้าธรรม จนถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนต่อกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ว่าในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านเหมือนกัน จะร่วมลงชื่อกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วยหรือไม่
ปรากฏว่าทางด้านพรรคประชาชน ในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน และมี “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคส้ม ประกาศท่าทีชัดเจนว่า จะเป็นพรรคที่ถือธงนำ ในการยื่นเรื่องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ “เปิดโอกาส” ให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม “มีส่วนร่วม” ด้วยการลงชื่อร่วมกับพรรคประชาชน
อย่างไรก็ดี การขยับของพรรคประชาชน ในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ต้องเร่งให้ทันก่อนที่พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เท่ากับว่าหากพรรคประชาชน จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องให้ทันภายในวันที่ 12-13 พ.ค. ก่อนที่เกมจะถูกดึงเข้าไปในสภาฯ
เพราะอาจจะมีโอกาส “แพ้” ฝ่ายรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย มากกว่า เพราะอย่าลืมว่า พรรคภูมิใจไทย อาจไม่ได้มีเฉพาะเรื่อง “พรรคร่วมรัฐบาล” ด้วยกันเองเท่านั้น เนื่องจากยังมี “เสียงสำรอง” ฝากเอาไว้ในบางพรรค
ทั้งนี้ การเดินหน้าของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่แม้จะอยู่ในปีกเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นที่จะต้อง “มอง” และ “คิด” เหมือนกัน แต่สำหรับครั้งนี้ หากต้องการ 140 เสียงเพื่อเข้าชื่อยื่นคำร้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ “ติดเบรก” พ.ร.ก.กู้เงิน ฉบับนี้ ก็ยังติดอยู่ที่ว่างานนี้ พรรคส้ม ต้องเป็นฝ่าย ถือธงนำเท่านั้น เพื่อรักษาเครดิตในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้านที่มี เท้ง ณัฐพงษ์ เป็นว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน








