ตชด.ภ.2 สนธิกำลังร่วมดีเอสไอและฝ่ายปกครอง รวบหนุ่มอุดร ค้ายาไอซ์ได้พร้อมของกลาง 316 กก. มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท สารภาพสิ้นลอบขนมาแล้ว 3 ครั้งได้ค่าจ้างครั้งละ 250,000 บาท เน้นเช่ารถหรูและขนสินค้าก่อนเที่ยงคืนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 13.3. น.วันที่ 7 พ.ค.69 ที่ บก.ตชด.ภ.2 จ.ขอนแก่น นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภ.2,พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น,พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม นายสามารถ หรือเล็ก ชาว อ.นายูง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางรถยนต์เก๋ง โตโยต้า อัลติส สีบรอนท์เงิน ทะเบียนกรุงเทพฯ ยาไอซ์ 316 กก. หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.สนธิกำลังร่วมฝ่ายปกครอง,ดีเอสไอ และ ภ.จว.ขอนแก่น จับกุมตัวได้ขณะขับรถเข้ามาในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การสนธิกำลังจับกุมดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมทุกฝ่ายตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากสายข่าวว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเตรียมลำเลียงยาเสพติดลอตใหญ่เข้ามาในพื้นที่จึงได้วางแผนเพื่อจับกุมจนกระทั่งพบรถต้องสงสัยขับผ่าน สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาตาม ถ.มิตรภาพ กำลังเจ้าหน้าที่ร่วมทุกฝ่ายจึงสะกดรอยและติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งจับกุมตัวได้ ริม ถ.มิตรภาพ เขต ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์ จำนวน 4 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในตัวรถโดยมีผ้าห่มปกคลุมอย่างมิดชิดและที่บริเวณท้ายรถพบยาไอซ์ ซุกซ่อนอยู่อีก 2 กระสอบ
“เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายสามารถ คนขับมาทำการสอบสวนและตรวนจสอบภายในรถอย่างละเอียดพบยาไอซ์ นับรวม 316 กก. รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่จึงควยคุมตัวมาสอบสวน ที่ บก.ตชด.ภ.2 โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีหน้าที่รับจ้างขนยาไอซ์ดังกล่าว โดยทำทีเป็นคนเช่ารถตามร้านเช่ารถต่างๆในเขต จ.อุดรธานี และ จ.หนอง คาย ก่อนจะขับรถไปที่ จ.บึงกาฬ ตามจุดนัดหมายและเมื่อถึงเวลาก็กลับมาเอารถและขับรถจาก จ.บึงกาฬ ไปส่งในพื้นที่ต่างๆซึ่งยาไอซ์ ลอตนี้มีปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา”
ขณะที่ พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภ.2 กล่าวว่า ของกลางยาไอซ์ ทั้งหมดเป็นของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่พยายามลักลอบขนเข้าประเทศไทย โดยใช้เส้นทางผ่านไปส่งในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งลอตนี้มีจุดหมายปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งหากสามารถส่งถึงที่หมายและกระจายไปในกลุ่มประเทศที่สามได้ก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ขณะที่จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ได้รับค่าจ้างครั้งละ 250,000 บาทและลงมือคนเดียว ล่าสุดใช้รถยนน์โตโยต้าแคมรี่เป็นพาหนะในการขนส่งสินค้า เนื่องจากต้องการตบตาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด้วยรถขนส่งที่เป็นรถเช่าและใช้ในกลุ่มรถราคาแพงและทั่สำคัญคือการขนส่งในช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบหรือการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่าจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์)โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








