บีโอไอเขตขอนแก่นเผย นักลงทุนไทย-เทศ แห่ลงทุนในภาคอีสานตอนบนกว่าแสนล้านบาท ล่าสุดคาซัคสถานสนใจลงทุนกิจการในไทย หลังภาวะสงครามในตะวันออกกลางไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 มิ.ย.2569 น.ส. วรรณนิภา พิภพไชยาสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 หรือ บีโอไอขอนแก่น เปิดเผยว่า บีโอไอ ได้ร่วมต้อนรับคณะฑูตจากประเทศคาซัคสถานและนักลงทุน ซึ่งสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับรถไฟลาว-จีน เส้นทางนี้จะสามารถส่งออกสินค้าระบบราง โดยไม่ต้องขนส่งสินค้าไปลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง
"ถ้าดูจากแผนที่โลก จากประเทศคาซัคสถาน ผ่านจีนแผ่นดินใหญ่ เมียนมาร์ และเข้ามายังไทย ทำให้ไทยเป็นหมุดหมายที่นักลงทุนจากคาซัคสถานสนใจจะเข้ามาลงทุน เนื่องจากเกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด ขณะเดียวกันนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคอีสาน และขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอเป็นจำนวนมาก"
น.ส.วรรณนิภา กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ และจีน
โดยจังหวัดที่มีการลงทุนมากที่สุด คือ ขอนแก่น 131 โครงการ รองลงมา ก็คือ อุดรธานี 56 โครงการ ซึ่งโครงการเหมืองแร่โปแตช มีมูลค่าการลงทุนมากที่สุดถึง 40,000 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมการลงทุนในช่วง 10 ปี สูงกว่า 1 แสนล้านบาท สำหรับกิจการที่สามารถขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอได้มีมากกว่า 400 ประเภท ทั้งด้านการเกษตร, อาหาร, เทคโนโลยี การแพทย์, ยานยนต์เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสาธารณูปโภคต่างๆ ,ดิจิทัล สร้างสรรค์ และบริการอีกด้วย








