เมียสุดแค้น ขับเก๋งพุ่งชนผัวที่ขี่ จยย.ร่างกระเด็นดับกลางถนน ก่อนเดินลงมาเหยียบหน้าซ้ำ ตำรวจสอบสวนผู้ก่อเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
วันที่ 6 พ.ค.69 ร.ต.ท.ภาณุวัฒน์ ปานรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติรถเก๋ง ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณ ถนนพหลโยธิน กม.102 (ทางคู่ขนานขาเข้าเมืองสระบุรี) ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองสระบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ฮ้อยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สีเขียว- ขาว ล้มอยู่ริมถนน สภาพรถถูกชนท้ายพัง ห่างกันประมาณ 50 เมตร รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทางในสภาพคันชนหน้าแตก ฝากระโปรงบุบ กระจกหน้ารถแตก(คาดว่าเกิดจากร่างผู้ถูกชนกระเด็นไปโดนกระจก) หลังรถเก๋งพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯช่วยกันทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยไว้ได้ ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตลง ทราบชื่อนายอภิสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ตรวจสอบตามร่างกายพบว่า ขาขวาหัก และมีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ทราบชื่อผู้ก่อเหตุนาอารีย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้โบกรถที่ผ่านมาหลบหนีไป
สอบถามนายโจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เล่าว่า ผู้ขับรถเก๋งคาดว่าน่าจะเป็นเมียผู้เสียชีวิต บอกว่าตนเองทะเลาะกับผัว เนื่องจากว่าผัวทำให้ตนเองหมดตัว และบอกว่าฝากคนเจ็บก่อนนะ ส่วนตัวจะไปมอบตัวที่ สภ.เมืองสระบุรี นายโจ เล่าต่อว่า ได้ขับรถตามกันมาพอเห็นว่าเป็นผัวขับรถจักรยานยนต์มา ตนเองก็ชนไปเต็มๆ โดยตั้งใจที่จะชน
ด้านนางสาวฐิติภัทร (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า ซึ่งทางน้องสะไภ้ และน้องชายของตนเองมีปากเสียทะเลาะกันบ่อย ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเรื่องหึงหวงกัน น่าจะเป็นปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งตนเองมองดูจากภาพแล้วเหมือนว่าเขาจะตั้งใจที่จะชน ซึ่งทุกวันนี้ก็แยกกันอยู่ ซึ่งทางฝ่ายหญิงเคยขู่อาฆาตไว้ว่าถ้าเจอเมื่อไหร่จะเอาให้ตายเลย ซึ่งทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันมา 8-9 เดือนที่ผ่านมา คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเงิน และความหึงหวง เนื่องจากฝ่ายชายอยากจะเลิก แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม ซึ่งก่อนที่จะมาอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ก็มีลูกติดกันมา ฝ่ายละ 1 คน ซึ่งอยู่ด้วยกันจะมีปากมีเสียงกันตลอด ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายหญิงก็เคยเอามีดไล่แทงฝ่ายชาย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมบันทำภาพไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุ มาชี้จุดในการก่อเหตุ พร้อมทำแผน
ข้อมูลนอกรอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี เล่าว่า หลังจากผู้ก่อเหตุ ได้ขับรถชนผู้เสียชีวิต ได้เข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเล่าว่า ตนเองอยู่กินกับผู้ตายมาได้ประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากว่าสามีเก่าของตนเองได้เสียชีวิตลง และได้เงินประกันมา จากนั้นได้คบกับผู้เสียชีวิต (เป็นเพื่อนกับสามีเก่า) ซึ่งมีลูกติดมาด้วยกันฝ่ายละ 1 คน ซึ่งในระหว่างที่อยู่ด้วยกันจะมีปากเสียทะเลาะกันเป็นประจำ ซึ่งผู้ตายจะชอบด่า และมีอารมณ์ที่รุนแรง ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายชายจะดื่มเหล้าขาวเป็นประจำ และหลังจากอยู่กินกับผู้ก่อเหตุ ก็หันมาดื่มเหล้าสี (ยกระดับขึ้นมาหน่อย) ซึ่งแต่ก่อนฝ่ายชายไม่มีอะไรเลย ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่ปรนเปรอ มาโดยตลอด โดยหมดเงินไปประมาณ 1 ล้านบาท ระยะหลังฝ่ายหญิงเริ่มหมดตัว ฝ่ายชายคิดจะตีตัวออกห่างฝ่ายหญิง โทรไปก็ไม่รับสายอ้างว่าติดธุระบ้าง ไม่เข้าบ้าน วันนี้ฝ่ายหญิงจึงได้ไปดักรอ และเมื่อเห็นว่าผู้ตายขับรถออกมา จึงได้ขับรถตาม แต่ผู้ตายรู้ว่าเป็นรถฝ่ายหญิงพยายามจะขับรถหนี ฝ่ายหญิงจึงได้พุ่งชนด้วยความแค้น ที่ฝ่ายชายพยามยามจะตีตัวออกห่าง และทุ่มเงินให้ไปเยอะ
ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่า ผู้ก่อเหตุหลังจากขับรถชนผู้เสียชีวิตแล้ว ได้จอดรถลงและเดินมาใช้เท้าเหยียบหน้าของผู้เสียชีวิตอีก








