ชาวบ้านคลองหอยโข่ง ร้องเรียนความไม่เป็นธรรม หลังได้รับเงินเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วมเพียง 350 บาท ขณะที่หลายบ้านพลาดสิทธิ 49,500 บาท เหตุเจ้าหน้าที่ อบต. ระบุไม่ต้องยื่นคำร้องเพิ่มเติม อ้างรวมอยู่ในเงินเยียวยา 9,000 บาทแล้ว ทำให้เกิดความสับสนและสูญเสียสิทธิ ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานทบทวนและชี้แจงหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหลายครัวเรือนได้รับเงินเยียวยาซ่อมบ้านเพียงหลักร้อยบาท
โดยพบกับ นางออยใจ แก้วจินดา อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านยกพื้นใต้ถุนสูงหลังหนึ่ง ที่ได้รับเงินเยียวยาเพียง 350 บาท ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างภายในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน ก่อนบอกว่า น้ำท่วมบ้านของตนสูงประมาณหัวเข่า แต่น้ำก็เข้าท่วมภายในห้องเก็บของที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งทีวี เครื่องซักกผ้า หม้อหุงข้าว และเสื้อผ้า ได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะเดียวกัน ฝาผนังก็ร้าว เนื่องจากโครงสร้างทรุดตัว ซึ่งตนได้รับเงินเยียวยาจำนวน 350 บาท ก็ดีใจจนน้ำตาจะไหล ทั้งที่เขียนคำร้อง ประมาณ 30,000-40,000 บาท ซึ่งคิดว่าน้อยเกินไป ส่วนเพื่อนบ้านใกล้เคียง บางครัวเรือนก็ได้ 2,000 บาท ถึง 5,000 บาท ทั้งที่ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ อยากสอบถามจากเจ้าหน้าที่ว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการประเมินความเสียหาย ซึ่งควรชี้แจงรายละเอียดให้ชาวบ้านรับทราบและพิจารณาให้สมเหตุสมผล
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของนางถนอม ลักษณะพงษ์ อายุ 57 ปี อยู่ในหมู่ที่ 2 ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง โดยนางถนอม นำผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบพื้นบ้านที่แตกร้าว หลังถูกน้ำท่วมนานมากกว่า 5 วัน และหลังระดับน้ำลดลง เจ้าหน้าที่ อบต.คลองหลา ได้แจ้งกับตนและชาวบ้านหลังอื่นๆ ว่า ไม่ต้องเขียนคำร้องรับเงินเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วม และหากเขียนคำร้องไปก็จะไม่ได้รับเงินเยียวยาซ่อมบ้าน เพราะเป็นรอยแตกเก่า ทั้งที่ตนยืนยันไปแล้วว่าเป็นร่องรอยใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ส่วนตู้เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ส่วนตัว เจ้าหน้าที่ อบต.คลองหลา ชี้แจงว่า รวมอยู่ใน เงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาทแล้ว ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือน ไม่ได้เขียนคำร้องรับเงินเยียวยาซ่อมบ้าน 49,500 บาท ซึ่งตนและชาวบ้านก็อยากให้เจ้าหน้าที่ อบต. ชี้แจงรายละเอียดหรือแจ้งชาวบ้านให้เข้าถึงได้ง่าย เพราะไม่เช่นนั้นชาวบ้านก็จะต้องเสียสิทธิ์เช่นนี้ และหากเป็นไปได้ ก็อยากให้หน่วยงานท้องถิ่นทบทวนสิทธิ์นี้อีกครั้ง








