เหตุปะทะเดือดในพื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่สนธิกำลังปิดล้อมถ้ำไล่ล่าชายต่างด้าวพฤติกรรมอุกอาจ หลังมีประวัติค้ายา ลักทรัพย์ และทำร้ายชาวบ้าน สุดท้ายไม่ยอมมอบตัวและใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนถูกยิงตอบโต้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 เม.ย.69 พ.ต.ท.สมชาย บุญเกิด รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวี จ.ชุมพร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อส. กอ.รมน. อัยการจังหวัด แพทย์โรงพยาบาลสวี หน่วยกู้ภัย และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่บริเวณปากถ้ำในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลทุ่งระยะ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่วิสามัญชายต่างด้าว อายุประมาณ 30-35 ปี ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำ
เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่โดยรอบ ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ โดยบริเวณปากถ้ำพบสิ่งของยังชีพของผู้ตายหลายรายการ ได้แก่ กระเป๋าเป้สีดำ มีดสปาต้า กระทะ หมวก ไฟฉายคาดศีรษะ โทรศัพท์มือถือ ยาบ้า 3 เม็ด และอาวุธปืนสั้นแบบประดิษฐ์เอง บรรจุกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เป็นปืนบรรจุทีละนัด พบปลอกกระสุนคาอยู่ในรังเพลิง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่พบเอกสารระบุตัวตนใด ๆ
ต่อมาหน่วยกู้ภัยพร้อมกำลัง อส. พยายามนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากถ้ำ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากปากถ้ำแคบและลึกประมาณ 8 เมตร อีกทั้งยังมีกลิ่นแก๊สน้ำตาคละคลุ้ง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมหน้ากากป้องกัน ใช้เวลากว่า 20 นาทีจึงสามารถนำร่างออกมาได้สำเร็จ
สภาพศพพบว่าไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และมีกางเกงลายพรางสวมทับอีกชั้น ร่างเริ่มแข็งแล้ว จากการชันสูตรเบื้องต้นพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าหน้าอกทะลุหลัง 1 นัด ก่อนส่งชันสูตรละเอียดที่โรงพยาบาลสวี
จากการสอบสวนทราบว่า ชายต่างด้าวรายนี้ ตามข้อมูลจากแรงงานชาวเมียนมา ระบุว่าคนก่อเหตุเป็นชาวกระเหรี่ยง และมีพฤติกรรมอันตรายในพื้นที่มานาน โดยเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ก่อเหตุลักทรัพย์และเกี่ยวข้องกับการค้ายาบ้า อีกทั้งมักพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลทุ่งระยะ อย่างหนัก
ต่อมาผู้นำชุมชนเข้าตรวจสอบขนำพักแห่งหนึ่ง พบยาบ้าจำนวน 170 เม็ด และกระสุนปืนขนาด .38 อีก 7 นัด แต่ไม่พบตัว คาดว่าหลบหนีไปก่อน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าชายรายดังกล่าวก่อเหตุงัดบ้านชาวบ้านชาวไทย และทำร้ายเจ้าของบ้านรวม 3 หลัง ในพื้นที่หมู่ 4 ซึ่งอยู่ติดกับหมู่ 6
หลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชนได้ระดมกำลังออกติดตามตัวหลายวัน พร้อมโพสต์แจ้งเตือนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ประชาชนระมัดระวัง กระทั่งพบร่องรอยก่อไฟทำอาหารบริเวณปากถ้ำ จึงเชื่อว่าเป็นผู้ต้องหารายดังกล่าวและเรียกให้ออกมา แต่ไม่มีการตอบสนอง ทำให้ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ไว้ เมื่อทราบชัดว่าเป็นบุคคลที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดชุมพรจึงเข้าปิดล้อมและเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่ไม่เป็นผล จึงใช้แก๊สน้ำตากดดันให้ยอมออกมา ทว่าชายต่างด้าวกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ 1 นัด กระสุนเจาะอกทะลุหลัง เสียชีวิตภายในถ้ำ ถือเป็นการปิดฉากผู้ต้องหาต่างด้าวที่สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้าน จากพฤติกรรมลักทรัพย์ ใช้อาวุธปืนข่มขู่ และค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง








