(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)
ท่ามกลางปัญหายาเสพติดที่ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมไทย การแก้ปัญหาแบบถอนรากถอนโคนจึงไม่ได้จบเพียงแค่การจับกุม แต่คือการ "คืนคนดีสู่สังคม" และสร้างเกราะคุ้มกันให้ชุมชนเข้มแข็ง
ล่าสุด "บิ๊กกอล์ฟ" ลงพื้นที่ชุมชนร้อยหลัง นาเกลือ 27 จังหวัดชลบุรี เพื่อขับเคลื่อนโครงการเชิงรุกที่มุ่งเน้นความยั่งยืนพื้นที่ชุมชนร้อยหลัง นาเกลือ 27
ชุมชนแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในเมืองพัทยา-นาเกลือ ที่มีความหนาแน่นและมีความหลากหลายของประชากร ซึ่งมักเป็นจุดเสี่ยงที่กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใช้เป็นแหล่งพักพิงหรือแพร่ระบาด การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตรวจเยี่ยม แต่เป็นการ "ทำลายวงจร" เดิมๆ ให้หมดไปชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืนโครงการนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่ "ยาแรง" ทางกฎหมาย แต่ใช้หลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" โดยมีหัวใจหลัก 3 ประการ:Rehabilitation (การบำบัดฟื้นฟู) เปลี่ยนผู้เสพเป็น "ผู้ป่วย" นำลูกหลานที่หลงผิดเข้าสู่กระบวนการบำบัดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เขากลับมาอ้อมกอดของครอบครัวได้อีกครั้ง การ สร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เยาวชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เข้าสู่วงจรซ้ำ
Community Power (พลังชุมชน): ดึงผู้นำชุมชนและชาวบ้านมาเป็นหูเป็นตา (Neighbor Watch) ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ... การลงพื้นที่พูดคุยแบบเป็นกันเอง: "บิ๊กกอล์ฟ" เน้นการเดินเท้าเข้าหาชาวบ้าน รับฟังปัญหาโดยตรงถึงหน้าบ้าน ไม่ใช่เพียงแค่นั่งหัวโต๊ะประชุม
การตั้งจุดตรวจและจุดคัดกรอง: เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยรอบชุมชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้อยู่อาศัยคำมั่นสัญญา: ย้ำชัดว่า "ยาเสพติดต้องหมดไป เพื่ออนาคตของเด็กๆ ในนาเกลือเมื่อวันที่ 26 เม.ย69 ที่อาคารอเนกประสงค์ชุมชนร้อยหลัง ซอยนาเกลือ 27 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี " บิ๊กกลอฟ์"พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เป็นประธาน พิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและตรวจเยี่ยมชุมชน โดยบูรณาการร่วมกันระหว่าง บช.ปส. และภาคีเครือข่าย อาทิ ทัพเรือภาคที่ 1, ปปส.ภาค 2, ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ, อำเภอบางละมุง, เมืองพัทยา, สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี, ส่วนควบคุมโรค สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา, ชุดปฏิบัติการชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สภ.เมืองพัทยา, คณะกรรมการชุมชนร้อยหลัง ได้ร่วมกันออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้โทษภัย ยาเสพติด ให้บริการตรวจสุขภาพ และให้คำปรึกษาฟรี แก่ประชาชนในชุมชน และรวมถึงกิจกรรมมอบสิ่งของ อุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในชุมชน เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า “ชุมชนร้อยหลังจะไม่ยอมให้ยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในชุมชนอย่างเด็ดขาด”
สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ชุมชนร้อยหลัง โดย กก.1 บก.ปส.2 ในครั้งนี้ ได้ขับเคลื่อนโครงการผ่าน 3 ระยะ คือ การสร้างความปลอดภัยความเชื่อมั่นโดยใช้การปราบปรามนำ, สร้างความเข้มแข็งป้องกันควบคู่และการส่งมอบความยั่งยืน ขับเคลื่อนโครงการตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 จนถึงปัจจุบัน ระยะเวลากว่า 5 เดือน
ระยะที่ 1 การปราบปรามนำ : X - Ray พื้นที่สำรวจการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มแข็งเด็ดขาด ทั้งผู้ค้าและเครือข่าย ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ เบื้องต้นสามารถออกหมายจับผู้ค้ายาเสพติดในชุมชนจำนวน 4 ราย จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ตามหมายจับได้ 2 ราย อีก 2 รายได้หลบหนีออกจากพื้นที่ชุมชน รวมทั้งสร้างการรับรู้ของประชาชน นอกจากนี้ยังสำรวจการติดตั้งกล้องวงจรปิด ในพื้นที่บริเวณชุมชนร้อยหลัง ซึ่งเป็นบริเวณจุดเสี่ยงต่อการมั่วสุมยาเสพติด การค้ายาเสพติดหรือเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม 12 จุด ได้ขับเคลื่อนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ระยะที่ 2 ป้องกันควบคู่ : เน้นการป้องกันกลับมากระทำผิดซ้ำ ด้วยการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่สร้างเครือข่ายเพื่อเป็นพลังในการป้องกันปัญหาและสร้างชุมชนให้เข้มแข็งจากภายใน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการจัดกิจกรรมให้ความรู้และสร้างทักษะชีวิตให้แก่เด็กเยาวชน เรื่องโทษภัยยาเสพติด, การจัดนิทรรศการ, เดินรณรงค์, มอบเครื่องอุปโภค บริโภค และเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ในชุมชนร้อยหลัง รวมทั้ง ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 12 จุด เพื่อลดความเสี่ยงของอาชญากรรม รวมถึงการสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อความมั่นคงของครอบครัวอย่างยั่งยืน
ระยะที่ 3 ส่งมอบความยั่งยืน : วัดผลของความสำเร็จ ด้วยสถิติอาชญากรรมที่ลดลงอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สร้างระบบให้ชุมชนมีความสามารถในการจัดการและเพิ่มศักยภาพในทุก ๆ ด้านของประชาชนในพื้นที่ เพื่อการแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ด้วยตนเอง สร้างบุคคลต้นแบบของความสำเร็จเพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป และท้ายสุดคือการถ่ายโอนบทบาทการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ชุมชนเพื่อดูแลตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป และกิจกรรมในครั้งนี้ พล.ต.ท.อาชยน ฯ ยังได้มอบ “หมวก บช.ปส.” ให้แก่ นายกุหลาบ ขวัญเมือง ประธานชุมชนร้อยหลัง เพื่อแสดงถึงความเข้มแข็งในการดูแลและปกป้องชุมชนให้ปลอดยาเสพติด และมอบป้ายไวนิล "โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน" ให้กับนายสุนทร กุลอามาตย์ คนขายไส้กรอก ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบของชุมชนร้อยหลังที่หันหลังให้กับยาเสพติด และเดินหน้าประกอบอาชีพอย่างสุจริตอย่างภาคภูมิ 100 %
"บิ๊กกลอฟ์" พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายสูงสุดของภารกิจในครั้งนี้ว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนร้อยหลังแห่งนี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวใกล้พื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งถือเป็นหน้าตาของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างตำรวจกับประชาชน เพื่อมุ่งหวังให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เพื่อป้องกันภัยจากยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนตามนโยบาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ "เป้าหมายสูงสุดของพวกเรา คือการได้เห็นพี่น้องประชาชนในชุมชนใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ลดความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม และสร้างความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่” ซึ่งตำรวจ ปส. จะบูรณาการ การทำงานร่วม กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย ห่างไกลจากปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน
"บิ๊กกลอฟ์" พล.ต.ท.อาชยน. กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นวาระสำคัญของชาติ ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อน และความปลอดภัยของประชาชน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งจากภายในชุมชนจึงได้ริเริ่ม "โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน" มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชน รู้สึกปลอดภัย ลดความหวาดกลัวและ สร้างความยั่งยืนด้วยกลไก “ประชารัฐ” “โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” จึงไม่ใช่เพียงแค่ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น แต่คือการส่งมอบความรัก ความห่วงใย และการหยิบยื่นโอกาสให้ลูกหลานที่เคยผิดพลาดได้กลับคืนสู่ครอบครัว เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติสืบไป"








