ชันโรงหรือผึ้งจิ๋วไร้เหล็กใน กำลังกลายเป็นดาวเด่นของเกษตรไทย จากแมลงตัวเล็กสู่ เครื่องจักรมีชีวิต” ที่ช่วยผสมเกสร เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
นายผ่านศึก ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขามังกรทอง ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี เผยว่า ปัจจุบันมีการเลี้ยงหลายสายพันธุ์ เช่น คิชกูด เจ้าขนเงิน รุ่งอรุณ และพันธุ์พื้นถิ่น เก็บน้ำผึ้งได้ช่วงก.พ.–ก.ค. และหยุดในฤดูฝน จุดเด่นของชันโรงอยู่ที่วงจรชีวิต ตัวอ่อนทุกตัวได้รับนมผึ้งในช่วงแรก ก่อนแยกพัฒนาเป็นนางพญาและผึ้งงาน น้ำผึ้งชันโรง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบและชะลอวัย ราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป 3-4 เท่า จำหน่ายซีซีละ 2 บาท หรือขวดละราว 1,500 บาท และสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ได้หลากหลาย
การเก็บน้ำผึ้งต้องใช้วิธีธรรมชาติ นำรังตากแดดให้น้ำผึ้งไหลออกมาอย่างบริสุทธิ์ ชันโรงยังเป็นนักผสมเกสรประสิทธิภาพสูง มีรัศมีบินราวจากรังประมาณ 300 เมตร จึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้แม่นยำ ช่วยเพิ่มผลผลิตสวนผักสวนผลไม้เป็นเท่าตัว ผู้เลี้ยงชันโรงสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจให้เช่ารังนำไปไว้ในไร่ในสวนของเกษตรกรสร้างรายได้วันละ 40 บาทต่อกล่อง ใช้กับพืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน ลำไย มังคุด ฯลฯปัจจุบัน คุณออกศึก กำลังขยายการเลี้ยงชันโรง เนื่องจากเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ขยายพันธุ์เร็ว โดยตั้งเป้าจาก 60 รังเพิ่มเป็น 120 รังได้ในไม่กี่เดือน
ปัจจุบัน ยังนำความรู้การเลี้ยงชันโรงไปถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านเกษตรแก่เยาวชน เนื่องจากไม่มีเหล็กในและปลอดภัยต่อผู้เลี้ยง
ภูมิภาค14








