วันที่ 24 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันยังคงมีผู้ประกอบการและเจ้าของรถรับจ้างสาธารณะที่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐบาลได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ทยอยมาทำการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ตามาตรการดังกล่าว ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น ได้กำหนดให้กลุ่มงานวิชาการขนส่ง ชั้น 2 สำนักงานขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 2 เป็นจุดรับลงทะเบียนและอำนวยความสะดวก รวมทั้งการให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่ต้องการรับสิทธิ์ในมาตรการดังกล่าว ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนเข้ารับสิทธิ์ตามมาตรการดังกล่าว
นายธวัชชัย วิริยะจิตต์ ขนส่งจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการขนส่งตามทมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภุมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดให้มีการรับลงทะเบียนสำหรับกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซล และเบนซินล้วน โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนตามมาตรการดังกล่าวตาม ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าเป้นการให้การช่วยเหลือและจำกัดสิทธืให้กับผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถที่ให้บริการเฉพาะกลุ่มรถที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิ์ ซึ่งจากข้อมูลของกลุ่มงานวิบการขนส่งพบว่าจากการเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับสิทธ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและเจ้าของรถสาธารณะที่เข้าหลักเกณฑ์มาทำการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ในระบบ DLT พร้อมซัปพอร์ต ถึงวันที่ 23 เม.ย. แยกเป็นกลุ่มรถโดยสารประจำทาง (10) จำนวน 2 ราย จำนวนรถ 4 คัน กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง (30) จำนวนผู้ลงทะเบียน 41 ราย จำนวนรถ 60 คัน ,รถบรรทุกไม่ประจำทาง (70) จำนวนผู้ลงทะเบียน 189 ราย จำนวนรถ 1,595 คัน,รถแท๊กซี่ ไม่มี และรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วิน/แอปฯ) จำนวนผู้ลงทะเบียน 46 ราย จำนวนรถ 46 คัน
“จะเห็นได้ว่าขอนแกนมีจำนวนรถที่ลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือตามาตรการดังกล่าวมากที่สุดคือ กลุ่มรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง ซึ่งมีทั้งรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปและกลุ่มรถน้อยกว่า 10 ล้อ โดยกลุ่มตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปจะได้รับเงินช่วยเหลือ 6,000 บาทต่อคัน และกลุ่มน้อยกว่า 10 ล้อ จะได้รับเงิน 3,000 บาทต่อคัน กลุ่มรถุแท๊กซี่ไม่มีเนื่องจากขอนแก่นมีการจดทะเบียนเฉพาะแท็กซี่ไฟฟ้าและแท็กซี่ในระบบแก๊ส กลุ่มรถจักรยานยนต์ร้บจ้าง จะได้รับสิทธิ์แบบเหมาจ่าย 840 บาทอต่อคัน ขณะที่ กลุ่มรถโดยสารสารณะขอนแก่น จะเข้าหลักเกณฑ์ในกลุ่มรถตู้และมินิบัส ประจำทางระหว่างจังหวัด ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ 500 บาทต่อวันต่อคันและกลุ่มรถรับจ้างไม่ประจำทาง หรือรถ 30 จะได้รับการช่วยเหลือแยกเป็นรถบัสไม่เกิน 5,000 บาทต่อคัน ส่วนรถตู้และรถมินิบัส ได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 3,600 บาทต่อคัน โดยระยะเวลาในการช่วยเหลือระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.รวม 42 วัน”
ขนส่งจังหวัดขอนแก่น กล่าวต่อว่า เมื่อผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจหรือเจ้าของรถในแต่ละประเภท นำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ก็จะมีการตรวจสอบในรายละเอียดต่างๆ ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะกับการรับเงินช่วยเหลือผ่านระบบพร้อมเพย์ ที่จะต้องผูกบัญชีด้วยเลขบัตรประชาชนเฉพาะในส่วนของบุคคลหรือหากเป็นนิติบุคคลก็จะเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เท่านั้น อย่างไรก็ตามผู้ที่ขอรับสิทธิ์จะต้องมีข้อมูลการประกอบการขนส่งในบัญชี ขส.บ.11 และทะเบียนรถถูกต้องตรงกัน มีการชำระภาษีประจำปีครบถ้วนถูกต้อง ไม่อยู่ระหว่างแจ้งเลิกใช้รถ (ม.79) หยุดใช้รถชั่วคราว (ม.89) หรือทะเบียนรถเป้นอันระงับ สำหรับกรณีที่มีการเพิ่มหรือถอนรถคันใดออกจากบัญชี ขส.บ.11 ในระยะเวลาช่วยเหลือ รถคันดังกล่าวจะไม่ได้รับสิทธิ์ ตามมาตรการนี้และที่สำคัญเป้นรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น







