วันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จากปัจจัยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวต่อเนื่อง สวนทางกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำลงอย่างมาก
หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่อย่าง “มะพร้าวแกง” กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ หลังราคาหน้าสวนลดลงเหลือเพียงผลละ 7 บาท ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรหดตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งด้านปุ๋ย การดูแลสวน และค่าขนส่งกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวใน 3 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเร่งด่วน
นางสาวสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอทับสะแก เป็นตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ร้านอาหารริมทะเลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤติราคามะพร้าวแกงตกต่ำ โดยนายอนุทินได้รับปากว่าจะมอบหมายให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ในหนังสือ ระบุว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวเหลือเพียงผลละ 7 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก และอยู่ในระดับนี้มาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรทุกครัวเรือนในพื้นที่ เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นรายได้หลัก อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและการแพทย์
ขณะเดียวกัน ภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่ง ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กลับขายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำลง ทำให้เกิดภาวะ “รายได้ลด–รายจ่ายเพิ่ม” อย่างชัดเจน
กลุ่มเกษตรกรจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐบาล 8 ข้อ เพื่อฟื้นฟูราคามะพร้าวและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ได้แก่
1.ขอให้ระงับการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทุกชนิดชั่วคราว หลังพบว่ามีการนำเข้าช่วงต้นปีมากกว่า 46,000 ตัน หรือประมาณ 36 ล้านผล ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวภายในประเทศอย่างรุนแรง
2.กำหนดเงื่อนไขให้ราคามะพร้าวในประเทศต้องไม่ต่ำกว่าผลละ 18 บาท และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนพิจารณานำเข้า
3.เปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลก่อนการอนุมัตินำเข้า
4.ผลักดันตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติ โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วม
5.ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร
6.กำหนดโควตาการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว เช่น มะพร้าวฝอย กะทิสำเร็จรูป กะทิแช่แข็ง เป็นต้น อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว
7.ปรับปรุงกฎหมาย, กฎกระทรวง ควบคุมโรงงานแปรรูป และเข้มงวดการลักลอบนำเข้า
8.ปรับนโยบายการค้าทั้งในและนอกกรอบ WTO ให้สอดคล้องกับ AFTA และกำหนดให้สินค้าส่งออกต้องระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจน
นางสาวสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอทับสะแก กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวในปัจจุบัน อยู่ในภาวะวิกฤติอย่างหนัก โดยราคามะพร้าวแกงหน้าสวนเหลือเพียง 7 บาทต่อผล เมื่อหักค่าสอย 2 บาท และค่าเก็บเกี่ยวอีก 1 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพียง 4 บาทต่อผลเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากแทบไม่เหลือกำไร
นอกจากนี้ ปัญหาการนำเข้ามะพร้าวแกงในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศล้นตลาด ยิ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้ราคาภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเผชิญภาวะขาดทุนสะสม
“ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่เร่งด่วน คือให้ภาครัฐระงับการนำเข้ามะพร้าวแกงทันที โดยควรพิจารณาปริมาณผลผลิตในประเทศก่อนอนุญาตนำเข้า เพื่อปกป้องราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย”
ข่าวภูมิภาค
วิกฤตราคามะพร้าว 7 บาท! ชาวสวนประจวบฯ ร้องนายกฯ เร่งช่วย หลังต้นทุนน้ำมันพุ่ง
แชร์ข่าว







