ชาวบ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์ สนับสนุนรัฐบาลส่งเสริมพลังงานทางเลือก “โรงไฟฟ้าชีวมวล” อย่างจริงจัง ที่จะสามารถแก้ไขและก้าวข้ามปัญหาวิกฤตพลังงานเชื้อเพลิงได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง หลังในช่วงที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำมันขาดแคลน ราคาสูง ส่งผลกระทบรอบด้าน โดยเฉพาะการค้าขายซบเซา เศรษฐกิจภาพรวมดิ่งเหว และมีแนวโน้มค่าไฟฟ้าแพงขึ้น
วันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดตามบรรยากาศการเดินทาง และการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีการเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด รวมทั้งจะมีการซื้อผลิตภัณฑ์ อาหาร ของดีประจำถิ่น ไปเป็นของฝากผู้บังคับบัญชา หรือเพื่อนที่ทำงานด้วย แต่กับภาพรวมที่เกิดขึ้น ค่อนข้างจะเงียบเหงา ไม่หวือหวาหรือมีสีสันเหมือนหลังสงกรานต์ของทุกปีที่ผ่านมา
นางพุทธชาติ ภูเหิร อายุ 51 ปี แม่ค้าขายกล้วยทอด บ้านดอนยานาง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า บรรยากาศทั่วไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่ค่อยจะคึกคักเลย เชื่อว่าเป็นผลกระทบจากภาวะค่าน้ำมันแพง ผู้คนไม่ค่อยจะเดินทางและมีการประหยัดค่าใช้จ่าย ขณะที่ในส่วนของรายจ่ายภาคครัวเรือนก็เพิ่มขึ้น อย่างค่าไฟฟ้าในบ้าน เคยได้รับใบแจ้งค่าไฟเดือนละ 300-400 บาท ล่าสุดเดือนนี้พุ่งสูงถึง 1,000 กว่าบาท ทั้งๆที่พยายามประหยัดการใช้ไฟฟ้าเต็มที่แล้ว
นางพุทธชาติ กล่าวอีกว่า หากสินค้าอุปโภคบริโภคทุกอย่าง ขึ้นราคาตามกลไกไปเรื่อยๆ โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่มีมาตรการควบคุมและปรับลด ค่าไฟฟ้าอาจจะสูงขึ้นอีก ปัญหาที่ตามมาคือชาวบ้านเดือดร้อนแน่ๆ ในมุมมองจึงอยากสนับสนุนนโยบายประหยัดพลังงาน หรือพลังงานทดแทนของรัฐบาล อย่างเช่น โรงไฟฟ้าชีวมวลอย่างจริงจัง เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ใช้ไฟในราคาประหยัดอย่างยั่งยืนและมั่นคง ทั้งนี้ ทราบว่าหลายจังหวัด รวมทั้งที่ จ.กาฬสินธุ์ของเรา ก็มีโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่แล้ว หากรัฐบาลให้การส่งเสริมและเติมเต็มศักยภาพให้มากขึ้นไปอีก ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน ให้มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าชีวมวลซึ่งเป็นพลังงานสะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ประชาชนได้ใช้อย่างทั่วถึง ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ
ด้านนายกิตติศักดิ์ วงศ์ภัทรโสภณ เจ้าของร้านจำหน่ายของฝากและอาหารกำนันบุญส่ง 3 รองประธานกลุ่มรู้รักสามัคคีกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สงกรานต์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นระยะที่พี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ ได้รับความบอบช้ำจากสถานการณ์วิกฤติพลังงาน ทำให้กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังจับจ่ายใช้สอยลดลงเป็นอย่างมาก สำหรับตนยอดขายลดลงกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่ก็พอไปได้เนื่องจากมีลูกค้าขาประจำเข้ามาอุดหนุนตามสมควร
นายกิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพลังงานทางเลือก หรือพลังงานทดแทนนั้น ทราบว่าทางรัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนอยู่แล้ว ซึ่งตนก็เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยเรา โดยเฉพาะ จ.กาฬสินธุ์ มีวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ที่เป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าชีวมวลเป็นจำนวนมาก ทั้ง แกลบ ฟางข้าว ซังข้าวโพด รวมทั้งขยะอื่นๆ ที่สามารถนำมารีไซเคิล หรือแปรสภาพ สร้างมูลค่า เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าชีวมวลได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นการลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล รวมทั้งสร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าใช้จ่ายด่านไฟฟ้า เป็นพลังงานสะอาด รักษาระบบนิเวศน์อีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม กรณีการส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล ทางรัฐบาลโดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับภาคเอกชน ดำเนินการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อนำขยะในพื้นที่รวมทั้งวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในโรงงาน เพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ทั้งนี้ นอกจากจะได้ใช้พลังงานสะอาด ราคาประหยัด นำรายได้กลับมาพัฒนาท้องถิ่นแล้ว ยังประหยัดงบประมาณในการขนส่งขยะไปทำลาย ซึ่งระยะทางไกล ที่จะเป็นการตัดวงจรรายจ่ายสิ้นเปลืองทุกอย่าง ทั้งประหยัดทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบริหารจัดการ โดยเฉลี่ยท้องถิ่นทุกแห่งใช้งบประมาณในส่วนนี้ปีละนับแสนบาททีเดียว
ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน ภาวะน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าในครัวเรือนสูงขึ้น รวมทั้งค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นเป็นเงาติดตาม ชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้ว ในการสนับสนุนนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการส่งเสริมพลังงานทดแทน หรือพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นทางเลือกและทางรอด ก้าวข้ามวิกฤติพลังงานไปได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงดังกล่าว








