ปกครองอำเภอห้วยผึ้ง ร่วมตำรวจลุยสอบเหตุไฟไหม้ศาลาไม้ภายในวัดป่าบ้านผึ้ง ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยอาจไม่ใช่ไฟฟ้าลัดวงจร แต่เป็นการวางเพลิง หลังพบพฤติกรรมผิดปกติและลักษณะไฟลุกจากด้านล่าง ล่าสุดฝ่ายปกครอง-ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริง พร้อมรอผลพิสูจน์หลักฐานยืนยันสาเหตุที่แท้จริง
จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ศาลาวัดไม้ภายในวัดป่าบ้านผึ้ง ตำบลไค้นุ่น อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสงสัยของชาวบ้าน ที่เชื่อว่าสาเหตุอาจไม่ใช่ไฟฟ้าลัดวงจร อาจจะเป็นการจุดไฟเผา เพราะพบพิรุธก่อนเหตุไฟไหม้ ได้ยินเสียงสุนัขเห่าผิดปกติ และลักษณะไฟที่ไหม้ลุกจากด้านล่าง เบื้องต้นได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจล่าตัวผู้ต้องสงสัยนั้น
ล่าสุดวันที่ 20 เม.ย.69 นายณัฐพล เพียรภายลุน อำเภอห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.เสกสิทธ ทวีชัย ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง พร้อมด้วยนายจรัญ จุนัน ปลัดอาวุโส เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และผู้นำหมู่บ้านได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุไฟไหม้ศาลาไม้ภายในวัดป่าบ้านผึ้ง ตำบลไค้นุ่น อ.ห้วยผึ้ง
จากการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ชาวบ้านในละแวกวัด มีข้อสันนิษฐานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการ "วางเพลิง" โดยระบุเหตุผลสำคัญคือ ในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. (หลังเกิดเหตุไม่นาน) มีชาวบ้านได้ยินเสียงสุนัขเห่าผิดปกติอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ลักษณะการลามของเพลิงยังเริ่มลุกไหม้จากบริเวณด้านล่างของตัวอาคารแล้วลุกลามขึ้นไปด้านบน ซึ่งขัดกับลักษณะทั่วไปของเหตุเพลิงไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรที่มักจะเริ่มต้นจากสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่บริเวณเพดานหรือด้านบนของอาคาร
ซึ่งทางวัดป่าบ้านผึ้งได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพถ่ายที่เกิดเหตุและคลิปวิดีโอในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง เพื่อใช้ในการประกอบการสืบสวนสอบสวน โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) เพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านบางส่วน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวบุคคลเป็นชายในหมู่บ้าน มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพราะมีอาการจิตเวช และที่ผ่านมามีพฤติกรรมชอบจุดไฟตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งอาจเป็นผู้ก่อเหตุ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการตรวจสอบและติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน เพื่อให้ความจริงปรากฏและสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านและศิษยานุศิษย์ของวัด
ด้าน นายณัฐพล เพียรภายลุน อำเภอห้วยผึ้ง กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอห้วยผึ้งรับทราบเรื่องทั้งหมดตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และได้ลงพื้นที่ช่วยดับเพลิงในวันเกิดเหตุจนเพลิงสงบลง อย่างไรก็ตามในส่วนของข้อสงสัยของชาวบ้านอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้
พ.ต.อ.เสกสิทธ ทวีชัย ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริง ส่วนกรณีชาวบ้านสงสัยมีการจุดไฟวางเพลิงหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ ซึ่งหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดก็ยังไม่สามารถที่ระบุได้ว่าบุคคลที่เห็นในภาพเป็นคนก่อเหตุ ซึ่งเพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งหากมีการวางเพลิงจริงก็จะดำเนินคดีตามกฏหมายทันที
ด้านพระณรงค์ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านผึ้ง กล่าวว่า พระและชาวบ้านก็คาใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ เนื่องจากพบว่าไฟไหม้ได้ปะทุจากด้านล่างของศาลาขึ้นไปด้านบน ไม่ได้ไม่จากด้านบนบริเวณเบรกเกอร์ไฟ และเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากไฟฟ้าลัด เพราะทุกครั้งที่ปฏิบัติกิจของสงฆ์เสร็จพระในวัดจะทำการตรวจสะพานไฟทุกครั้งที่ลงจากศาลาหรือเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรที่เป็นสาเหตุในการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้
นางสาวนฤมล อายุ 46 ปี ชาวบ้านผึ้ง หมู่ที่ 4 ตำบลไค้นุ่น อำเภอห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนเองและชาวบ้านก็มีข้อคาใจไม่ต่างไปจากพระณรงค์ เชื่อว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเพราะทุกครั้งที่พระและญาติโยมทำศาสนกิจเสร็จก็จะมีการปลดเบรกเกอร์ไฟลงทุกครั้งไม่น่าจะเป็นสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้นางสาวนฤมลกล่าว








