วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่โรงแรมรายาแกรนด์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายมนัส สุวรรณรินทร์ รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำมูลปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ2566-2580) โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น จ.ชัยภูมิ จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายก จำนวน 240 คน รับฟังนายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 3 พร้อมบุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกุลนคร นำเสนอผลการทบทวนสภาพปัญหาลุ่มน้ำ ศักยภาพ จุดเด่น จุดด้อยของพื้นที่ลุ่มน้ำ ความต้องการและปัจจัยคุกคาม จากนั้นแบ่งการประชุมกลุ่มย่อย เปิดรับฟังข้อมูลเชิงลึกจากผู้เกี่ยวข้อง หลากหลายกลุ่ม สะท้อนความต้องการและข้อห่วงกังวลของคนลุ่มน้ำ ที่เป็นประเด็นปัญหาสำคัญ ข้อห่วงกังวล ความต้องการและพิจารณาวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย
นายธรรมพงศ์ ผอ.สนทช.ภาค 3 เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำมูลเผชิญวิกฤตภูมิอากาศแปรปรวน ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ส่งผลต่อสมดุลนิเวศ ควบคู่กับปัญหาสิ่งแวดล้อมสะสมรวมทั้งการบุกรุกป่า น้ำเสียและขยะ ท่ามกลางบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบบริหารจัดการน้ำปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลและการคาดการณ์ที่ทันสมัย ส่งผลให้การตัดสินใจ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนยังขาดประสิทธิภาพ ความท้าทายเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำมูลอย่างบูรณาการ
ทั้งนี้จะนำผลการศึกษาและประเด็นปัญหาในแต่ละพื้นที่มาจัดทำแผนแม่บทฯ ลุ่มน้ำมูล โดยใช้หลักการของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม IWRM (Integrated Water Resource Management) ซึ่งคำนึงถึงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ วิศวกรรมและการผู้ส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งการศึกษาจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเป็นการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มากำหนดแนวทางการพัฒนาแผนงานในระดับลุ่มน้ำ พิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ในการพัฒนาแบบบูรณาการ พร้อมคัดเลือกทางเลือกที่เหมาะสมและนำไปจัดทำแผนแม่บทฯ ลงถึงระดับพื้นที่และสอดคล้องกับความต้องการของคนในลุ่มน้ำมูล พร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผอ.สทนช.ภาค 3 กล่าว








