กาฬสินธุ์ พบชาวนาตัวอย่างผ่าทางตันราคาข้าวเปลือกตกต่ำคัดพันธุ์ข้าวปลอมปน ตั้งราคาข้าวให้ตนเองขายได้กำไร
ยกนิ้วให้สุดยอดชาวนา ตัวอย่างคนขยัน บ้านป่าแดง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ค้นพบวิธีการขายข้าวเปลือกได้ราคาสูง มีกำไร เหมือนกำหนดราคาขายให้ตัวเองได้ ด้วยการลงลุยแปลงนา 22 ไร่ เพื่อคัดพันธุ์ข้าวปลอมปนหรือ “ข้าวดีด” ด้วยมือ ก่อนที่รวงข้าวจะได้อายุเก็บเกี่ยว เผยทำมาแล้ว 2 ปี นอกจากจะเป็นการคัดพันธุ์ข้าวปลอมปน ได้เมล็ดข้าวคุณภาพแล้ว ยังขายได้ราคาสูง และมีกำไรมากกว่าชาวนารายอื่น ที่ปล่อยตามธรรมชาติและใช้รถเกี่ยวข้าว ซึ่งจะถูกแหล่งรับซื้อข้าวหักสิ่งเจือปน ทำให้ขายข้าวได้ราคาต่ำและขาดทุนซ้ำซาก
วันที่ 16 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ พื้นที่ใช้น้ำชลประทาน ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวหรือเขื่อนลำปาว ในกลุ่มผู้ปลูกข้าวนาปรัง พบว่าโซนต้นน้ำซึ่งได้ทำการเพาะปลูกก่อน เริ่มลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตกันแล้ว โดยส่วนมากใช้รถเกี่ยวข้าวแทนการใช้แรงงานคน ขณะที่โซนกลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งทำการเพาะปลูกทีหลัง ต้นข้าวกำลังถอดรวงและเข้าสู่ระยะพลับพลึง ใกล้เก็บเกี่ยว
ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวนาที่เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปรังไปขายแล้ว พบว่าราคาซื้อขายยังตรึงอยู่ที่ตันละประมาณ 7,000 บาท หรือ กก.ละ 7 บาท เท่านั้น ลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.50 บาท ขณะที่ราคาจ้างรถเกี่ยวข้าวอยู่ที่ไร่ละ 700 บาท เพิ่มจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ผ่านมา 100 บาท เนื่องจากภาวะน้ำมันขึ้นราคา
ทั้งนี้ ในส่วนชาวนาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง รายนายสนิท ภูชมแสง อายุ 62 ปี บ้านป่าแดง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด ต.กาฬสินธุ์ และภรรยา ได้ช่วยกันทำการคัดพันธุ์ข้าวในแปลงนา ที่กำลังจะได้อายุเก็บเกี่ยว เพื่อตัดข้าวดีดหรือต้นข้าวและรวงข้าวกลายพันธุ์ ท่ามกลางสภาพอากาศและแสงแดดร้อนจัด ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการปลอมปน ที่จะทำให้เมล็ดข้าวเปลือกด้อยคุณภาพ และถูกแหล่งรับซื้อกดราคา จากสาเหตุข้าวปลอมปนและสิ่งเจือปน
นายสนิท ภูชมแสง อายุ 62 ปี ชาวนาบ้านป่าแดงกล่าวว่า ตนกับภรรยาทำนาปีและนาปรัง พื้นที่ประมาณ 22 ไร่ ซึ่งเป็นการทำนาหว่าน เพื่อความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย กว่าการทำนาดำ เพราะต่องสิ้นเปลืองค่าแรงจ้างรถไถหลายรอบ รวมทั้งค่าแรงคนงานถอนต้นกล้าและค่าแรงงานปักดำด้วย ในส่วนของการทำนาปรังฤดูแล้งนี้ใช้ข้าวเหนียวพันธุ์ กข.22 เพราะเหมาะกับสภาพอากาศและสภาพดินในแปลงนา แต่ฤดูกาลเพาะปลูกปีนี้กลับมีข้าวดีดหรือข้าวปลอมปนขึ้นแซมจำนวนมากกว่า 15% ของพื้นที่นา จนแทบจะเรียกว่ากลายพันธุ์เป็นข้าวเหนียว กข.32 ไปแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดพันธุ์ข้าวดีดหรือคัดพันธุ์ข้าวปลอมปนออก ก่อนที่รวงข้าวจะแก่หรือได้อายุเก็บเกี่ยว จึงได้ช่วยกันคัดพันธุ์ข้าวปลอมปนด้วยมือ
โดยการถอนและใช้เคียวตัดต้นข้าวหรือรวงข้าวดีดทิ้ง ซึ่งจะทำให้คงเหลือแต่รวงข้างเหนียวพันธุ์ กข.22 เมื่อนำไปขายก็จะขายข้าวเปลือกได้ราคาดีกว่าชาวนาทั่วไป ที่ส่วนใหญ่หลังเพาะปลูกแล้ว จะให้น้ำ ให้ปุ๋ยเคมีบำรุง และปล่อยธรรมชาติ ไม่มีการคัดพันธุ์ข้าวดีดเหมือนตน จนถึงฤดูอายุเก็บเกี่ยว ซึ่งส่วนมากนิยมใช้รถเกี่ยวข้าว เพื่อความสะดวก จึงเกิดการปลอมปนระหว่างเมล็ดพันธุ์ข้าวต่างชนิดกันและถูกแหล่งรับซื้อกดราคาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการตัดข้าวดีดหรือคัดพันธุ์ข้าวปลอมปน ของนายสนิทและภรรยา พบว่าทำต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว ทั้งนาปีและนาปรัง ทำให้ขายข้าวได้ราคาดี มีกำไร เช่น ราคากลาง กก.ละ 7 บาท ก็จะได้เต็มราคา 7 บาท ขณะที่ชาวนารายอื่น ที่ไม่ได้คัดพันธุ์และมีการปลอมปนของเมล็ดข้าว ขายได้ในราคาประมาณ กก.ละ 6 บาทเท่านั้น
ดังนั้น ในการตัดข้าวดีด หรือคัดพันธุ์ข้าวปลอมปนของนายสนิทและภรรยา เพื่อนบ้านจึงตั้งสมญานามให้ว่าชาวนาตัวอย่าง และเสมือนเป็นวิธีการผ่าทางตันปัญหาข้าวเปลือกราคาตกต่ำ หรือสามารถกำหนดราคาขายข้าวให้กับตนเองได้ และมีกำไร ด้วยการคัดพันธุ์ปลอมปนออกให้หมด เหลือแต่พันธุ์ กข.22 ก่อนจ้างรถเก็บเกี่ยว
ภูมิภาค47








