ข่าวภูมิภาค

รวบ "แม่–พ่อเลี้ยง" สอบเครียด เด็ก 1 ขวบ 6 เดือนดับปริศนา ก่อนรับสารภาพทำร้ายจนเสียชีวิต        

แชร์ข่าว


เมื่อวันที่ 8 เม.ย.69  เจ้าหน้าชุดสืบสวนของสภ.เขาดิน อ.โพธาราม  จ.ราชบุรี ได้นำตัวนางสาวเสาวรส (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี  และนายสุรศักดิ์  (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี  แม่แท้ๆและพ่อเลี้ยงของเด็กชายจิรายุ หรือน้องกล้วยไข่ อายุ 1 ปี 6 เดือน ที่เสียชีวิตโดยแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากของแข็งไม่มีคมกระแทกที่เยื่อหุ้มสมอง  และตามร่างกายมีร่องรอยเขียวช้ำและมีรอยไหม้ที่ผิวหนังด้านหลังและที่ก้น ซึ่งถือเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ  ประกอบกับในวันที่ลูกชายเสียชีวิต ผู้เป็นแม่ไม่ยอมไปรับศพลูกกลับมาทำพิธีทางศาสนา  มีแค่เพียงย่าของเด็กไปรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีประชุมชน หมู่ 1 ต.บางโตนด  อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าไปที่แม่แท้ๆกับพ่อเลี้ยง ว่าอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กตายจึงได้ไปนำตัวมาสอบเครียด
 

    
ซึ่งในเบื้องต้น ทางแม่ของเด็กอ้างว่า เคยเอาเครื่องช็อตปลาซ็อตลูกชายเพราะร้องงอแง  แต่ไม่รุนแรงเพราะแบตที่ใช้ช็อตนั้นอ่อนมากเนื่องจากไปช็อตปลามาแล้ว  บางครั้งช่วงที่สามีทำร้ายลูกก็จะเข้าไปห้ามตลอด  และในวันที่ 6 เม.ย.69 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุเด็กเกิดอาการชักโดยไม่ทราบสาเหตุ  จึงได้ไปเรียกคนข้างบ้านให้ช่วยโทรแจ้ง 1669  ขอรถพยาบาลมารับและคนข้างบ้านก็ช่วยขับรถพาลูกออกมาก่อนจะไปเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถโรงพยาบาลโพธาราม  หลังจากนั้นในวันที่ 7 เม.ย. ลูกชายก็เสียชีวิต  ซึ่งช่วงนั้นตนไม่ทราบเรื่องเลย จนกระทั่งปู่ของลูกชายมาบอกว่าลูกตายแล้ว  ก็ตกใจ ต่อมาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัว 


ซึ่งขณะให้การนั้นแม่เด็กยังคงให้การวกวน  และยอมรับว่าเสพยาเสพติดมา  ส่วนพ่อเลี้ยงของเด็กนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของสภ.เขาดิน ได้แยกไปสอบปากคำอีกห้อง
      
ด้านนางสาวสาคร  ครบเบญจ  อาสาสมัครของหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ก็บอกว่า ตนเป็นคนมาอาบน้ำแต่งตัวให้กับศพของน้องกล้วยไข่  ซึ่งพบว่าตามตัวของน้องมีร่องรอยเขียวช้ำ มีรอยแผลไหม้ที่ก้น  ส่วนที่รูทวารก็มีรอยแปลกๆ ส่วนแม่กับพ่อเลี้ยงของเด็กก็ยังไม่เห็นมาดูศพลูกเลย

  
ส่วนนางสาวเพ็ญพิมล  แผ้วสมบุญ  เจ้าหน้าที่อาสาสมัครของหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี  ก็บอกว่าได้รับแจ้งจากญาติของเด็กว่าให้ช่วยไปรับศพน้องกล้วยไข่มาบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีประชุมชน  ซึ่งตอนที่ไปรับก็ไปกับย่าของเด็ก  ส่วนพ่อกับแม่ของเด็กนั้นไม่ได้ไปและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน  ซึ่งผิดปกติวิสัยของคนเป็นแม่ที่ลูกตายแล้วจะไม่มาดูเลย
  
ด้านนายโจ ( นามสมมุติ)ซึ่งเป็นคนช่วยนำเด็กส่งโรงพยาบาลก็เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่นำเด็กส่งโรงพยาบาลแล้วก็ไปเค้นถามแม่ของเด็กว่าทำอะไรกับลูก ซึ่งแม่ของเด็กก็ยอมรับในช่วงที่ลูกชักและไม่รู้สึกตัวพ่อเลี้ยงของเด็กได้ใช้ที่ช็อตปลาช็อตไปที่ตัวเพื่อกระตุ้นหัวใจ แต่เด็กก็ยังไม่รู้สึกตัวแต่มีเลือดออกปากและจมูก   จึงได้มาเรียกตนให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล 
        
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะต้องทำการตรวจหาสารเสพติดของแม่แท้ๆและพ่อเลี้ยงด้วยเพราะทราบว่าทั้งคู่ติดยาเสพติดอย่างหนัก
        
และจากการเค้นสอบอย่างหนักสุดท้ายนายสุรศักดิ์  พ่อเลี้ยงก็ยอมรับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุเด็กร้องงอแง ทำให้โมโหเลยตบเด็กไป 1 ครั้งและต่อยที่หน้าผากจนเด็กสลบ จึงได้รีบไปนำเครื่องช็อตปลามาช็อตหวังให้เด็กฟื้นซึ่งช่วงนั้นแม่เด็กก็จะนั่งมองอยู่ไม่ได้ห้ามอะไร ที่ผ่านมาก็ยอมรับว่าทำร้ายลูกเลี้ยงมาตลอด ทั้งใช้บุหรี่จี้ตามตัว ใช้เครื่องช็อตปลา และบางครั้งก็ตบหน้า  ทำอย่างนี้มากว่า 2  เดือนแล้ว  โดยอ้างว่าเด็กนั้นชอบร้องไห้งอแงทำให้รำคาญ
     
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าลูกโดยเจตนาและเสพยาเสพติด ก่อนจะนำตัวส่ง พ.ต.ท.นวพล   หาญขุนทด  พนักงานสอบสวนสภ.เขาดิน  ให้ดำเนินคดีและอาจจะนำตัวแม่และพ่อเลี้ยงไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   ซึ่งที่บริเวณหน้าห้องสืบสวนได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวแม่กับพ่อเลี้ยงฆ่าลูกก็ได้มาขอดูหน้าผู้ต้องหาทั้งสองคน  เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป  และช่วงจังหวะที่นำแม่ของเด็กมาเข้าห้องน้ำเพื่อตรวจปัสสาวะได้มีชาวบ้านไปดักตบและตะโกนด่าทอตลอดเวลาด้วย