จังหวัดยโสธรทำพิธีบวชป่าสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนนำผ้าเหลืองห่มไพร หัวใจ BCG เลิงนกทารวมพลังเปลี่ยนศรัทธาเป็นคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้ยั่งยืนคืนสู่ชุมชนบ้านศรีชุมพร
วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ป่าชุมชนบ้านศรีชุมพร หมู่ 9 ตำบลศรีแก้ว อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร นายสรพงษ์ ชายแก้ว นายอำเภอเลิงนกทา เป็นประธานนำพลังมวลชนทำกิจกรรมบวชป่า ภายใต้โครงการส่งเสริมการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร (ทสจ.), ศูนย์ป่าไม้ยโสธร, เทศบาลตำบลศรีแก้ว และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านศรีชุมพร ร่วมกันจัดขึ้น
โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีสืบชะตาป่าไม้และการผูกผ้าเหลืองรอบต้นไม้ใหญ่ ซึ่งในทางพุทธศาสตร์เปรียบเสมือนการผนวชผืนป่าให้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เปลี่ยนพื้นที่ป่าสาธารณะให้กลายเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ ใช้ความเกรงขามและพลังศรัทธามาเป็นเกราะคุ้มกันที่ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการบุกรุก หรือการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า แต่ยังเป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนในชุมชนให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เพื่อคืนความชุ่มชื้นและรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องความเชื่อ แต่คือการยกระดับป่าชุมชนสู่สากลด้วย BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) โดยตำบลศรีแก้วถูกคัดเลือกให้เป็นชุมชนนำร่องมาตั้งแต่ปี 2566 ในโครงการคุณดูแลป่า เราดูแลคุณ ซึ่งเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ที่เปลี่ยนหยาดเหงื่อในการรักษาพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็นรายได้และสวัสดิการกลับคืนสู่ชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism) ที่เป็นการเปลี่ยนผืนป่าสู่โรงเรียนธรรมชาติที่มีชีวิต และกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ใหม่ของชาวบ้านที่สามารถเก็บกินได้อย่างยั่งยืน
นายสรพงษ์ ชายแก้ว นายอำเภอเลิงนกทา กล่าวว่า ในพิธีการบวชป่าในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่คือการปลูกฝังจิตสำนึกร่วมกัน ผ้าเหลืองที่ผูกไว้คือสัญญาใจที่พวกเรามีต่อธรรมชาติ ป่าไม้คือแหล่งน้ำ คือแหล่งอาหาร และคือลมหายใจของเรา การทำพิธีสืบชะตาป่าวันนี้ถือเป็นสิริมงคล เพื่อให้ผืนป่าบ้านศรีชุมพรมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นมรดกที่ล้ำค่าส่งต่อให้ลูกหลานสืบไป และการขับเคลื่อนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบความสำเร็จของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และวันนี้ป่าชุมชนบ้านศรีชุมพร ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สีเขียวบนแผนที่ แต่มันคือสัญลักษณ์ของความอยู่รอดที่กินได้ และเป็นบทพิสูจน์ว่าเมื่อธรรมะนำทางเศรษฐกิจชุมชนจะเติบโตได้อย่างสง่างามและยั่งยืน







