หญิงวัย 54 ปี ชาวสุรินทร์ พลิกวิกฤตราคาน้ำมัน หันใช้รถพ่วงข้างตระเวนรับซื้อของเก่า สร้างรายได้กว่า 2,000 บาทต่อรอบ ช่วยพยุงครอบครัวในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
วันที่ 6 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้าน 6 หมู่ 4 ตำบลศรีสุข อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ พบ นางสุคนธ์ จันทะยุง อายุ 54 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง จนต้องหันมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จากเดิมที่แรกๆเคยใช้รถยนต์ในการตระเวนรับซื้อของเก่า และใช้ดำเนินชีวิตเพื่อทำมาหากิน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไม่หยุด จึงต้องเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ดัดแปลงพ่วงข้าง พร้อมติดตั้งหลังคากันแดดกันฝนแทน เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถแบกรับได้ หันมาประกอบอาชีพรับซื้อของเก่าเลี้ยงชีพ ซึ่งเดิมมีอาชีพเป็นเกษตรกร ทำไร่ทำนา
นางสุคนธ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บวกกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพใหม่ ด้วยการตระเวนรับซื้อของเก่าตามหมู่บ้านใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก เศษเหล็ก หรือของใช้ที่หมดสภาพ เพื่อนำมาคัดแยกและรวบรวมขายต่อ
“ช่วงนี้น้ำมันแพงมาก ไม่รู้จะทำอะไร เลยลองหันมารับซื้อของเก่า เป็นอาชีพที่ชอบ และพอมีรายได้ อย่างน้อยก็มีเงินใช้ในแต่ละวัน” นางสุคนธ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
เธอยังบอกอีกว่า แม้จะเพิ่งเริ่มทำอาชีพนี้ได้เพียงราว 2 เดือน แต่กลับสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อรอบได้ประมาณ 2,000 บาท ถือเป็นรายได้ที่ช่วยพยุงครอบครัวให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากได้ แม้ยังต้องเผชิญกับต้นทุนค่าน้ำมันที่สูงอยู่ก็ตาม
ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวนและอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและแรงงานนอกระบบ ที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ขณะที่อาชีพรับซื้อของเก่า กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถสร้างรายได้ และช่วยประคับประคองชีวิตในยามวิกฤตได้อย่างเป็นรูปธรรม








