สืบสวนท่องเที่ยว ร่วม สืบสวน ตม.รวบสาวฟิลิปปินส์ ตัวการใหญ่แก็งค์แสกมเมอร์ พบทำหน้าที่โอนเงินลำดับ 3 วงเงินหมุนเวียนหลายล้านบาทและมีคนไทยถูกหลอกอื้อเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 เม.ย.2569 พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วัชรธร ธีรเมทถิรชญาภา สว.กก.1 บก.ทท.2 , พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. และ พ.ต.ท.คหัฐ บุตรเวียงพันธ์ สว.(สอบสวน) กก.สืบสวน บก.ตม.4 และนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วม บช.ทท.,ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่นและ บก.ตม.4 นำหมายจับของศาล จ.ร้อยเอ็ด เข้าทำการจับกุม น.ส.จิน่า อันดูยาน โรมาโน (MS. GINA ANDUYAN ROMANO) ชาวฟิลิปปินส์ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่ง ที่เขตพญาไท กรุงเทพฯ ก่อนควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น
พ.ต.ท.วัชรธร กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เน้นย้ำนโยบายการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวเข้ามากระทำความผิดภายในประเทศไทยและหลบซ่อนตัวจากการกระทำความผิดต่างๆ ชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่ามีขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยได้ทำการสืบสวนสอบสวนไล่ล่าเครือข่ายหลอกลงทุนคลิปโต จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วหลายราย หลังพบมีผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 5 ล้านบาท
"ประมาณกลางปี 2568 คนร้ายได้ส่งลิงก์เว็บไซต์ bitazzathe.com ชักชวนผู้เสียหายผ่านทางเฟสบุ๊คให้ลงทุน โดยอ้างว่าเป็นการเทรดหุ้นผ่านสกุลเงินดิจิทัล USDT พร้อมสอนวิธีลงทุนอย่างใกล้ชิด ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินหลายครั้ง ก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นกลโกง สูญเงินรวมกว่า 5,000,000 บาท ซึ่ง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้สืบสวนขยายผลรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ผู้ต้องหาในคดี รวม 16 ราย โดยเป็น หมายจับครอบคลุมผู้ต้องหาทั้งขบวนการ ตั้งแต่ผู้ชักชวน ผู้ดูแลระบบ ไปจนถึงบัญชีม้าและผู้รับโอนเงินหลายชั้น และพบว่า น.ส.จิน่า สัญชาติฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่เป็น ผู้รับโอนเงินลำดับที่ 3 ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย"
พ.ต.ท.วัชรธร กล่าวต่อว่า จึงได้บูรณาการวางแผนสืบสวนติดตามร่วมกันทั้ง บช.ทท. และ สตม. โดยเริ่มสืบสวนจากข้อมูลการเดินทาง และ พฤติการใช้ชีวิตทางโซเชียลมีเดียประกอบกัน จนทราบแน่ชัดว่า ผู้ต้องหาได้มาหลบหนีกบดานอยู่บริเวณ ห้องพัก ในเขตพญาไท กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าจุดจนเป็นที่แน่ชัดว่าใช่เป้าหมายที่ติดตาม จึงสนธิกำลังกัน เข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหา รายดังกล่าวขณะพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และจับกุมดำเนินคดี นำส่ง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดโดย คนต่างด้าวที่อาจจะส่งผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยว และอาจเป็นภัยความมั่นคง กรุณา แจ้ง สายด่วน 1155 , 1178 ได้ตลอด 24 ชม.







