”ฉก.ราชมนู“กกล.นเรศวร ไม่ปล่อย!!ยิงเตือน ทันที 4 ลูก ยิงค.120 มม.กระสุนควัน ก่อน ทอ.ส่ง F16 ขึ้น บินลาดตระเวนรบ หลังเมียนมา-ชนกลุ่มน้อย ยิงถล่มกันหนัก ชาวเมียนมากว่า 300 อพยพจาก ผาลู ข้ามฝั่งมาไทย แม่สอด จ.ตากกระสุนระเบิด มาตกทำคนไทยเจ็บหนึ่งเมียนมา เจ็บ5 บ้านพัง4 หลัง
แถลงการณ์ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก เรื่อง สถานการณ์ชายแดนพื้นที่ จังหวัดตาก
สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตาก
- ปรากฏข่าวสาร การปะทะในพื้นที่ตอนในฝั่งเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา บริเวณบ้านวาเล่ย์ใหม่ อำเภอวาเล่ย์ใหม่ จังหวัดเมียวดี ด้านตรงข้าม บ้านวาเล่ย์เหนือ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 2 กิโลเมตร
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนชาวเมียนมาอพยพข้ามมายังพื้นที่ฝั่งประเทศไทย จำนวนประมาณ 300 คน บริเวณบ้านวาเล่ย์เหนือ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก
-ปรากฏข่าวสาร การปะทะในพื้นที่ตอนในฝั่งเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา บริเวณบ้านผาลู อำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี ด้านตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงก์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ1 กิโลเมตร
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด (ไม่ทราบชนิด/ขนาด) จำนวนหนึ่ง ข้ามมาตกบริเวณบ้านห้วยมหาวงก์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย (ประชาชนชาวไทย 1 ราย และประชาชนชาวเมียนมา 5 ราย) และมีกระสุนปืนเล็ก (ไม่ทราบชนิด/ขนาด) ข้ามมาตกตกใส่บ้านเรือนประชาชนชาวไทยได้รับความเสียหาย จำนวน 4 หลังคาเรือน
ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด, กิ่งกาชาดอำเภอแม่สอด, สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนไทย และประชาชนชาวเมียนมาที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เป็นการช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน และได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในเบื้องต้น
-การปฏิบัติที่สำคัญของ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก
หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ ได้เข้าพบปะพูดคุยสร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชนชาวเมียนมา ที่เดินทางอพยพข้ามมายังฝั่งประเทศไทย เพื่อคลายความกังวลใจ ภายหลังจากเหตุการณ์สงบ ประชาชนชาวเมียนมา มีความประสงค์เดินทางกลับมาตุภูมิด้วยความสมัครใจทุกคน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับมาตุภูมิด้วยความสมัครใจ และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา และพบปะประชาชน บ้านห้วยมหาวงก์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อประชาสัมพันธ์สถานการณ์ในปัจจุบัน ให้ประชาชนคลายความกังวลใจ
จังหวัดตาก โดย อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อม ในการรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบ ต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย
กองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์ และอำนวยการ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ตามแนวชายแดน ที่อาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตย, ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย
หน่วยเฉพาะกิจราชมนู, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 และหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 ติดตามสถานการณ์, เตรียมความพร้อมของกำลังพล, อาวุธยุทโธปกรณ์ และอาวุธยิงสนับสนุน ให้มีความพร้อม
ในการปฏิบัติภารกิจ, จัดกำลังลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
ขณะที่ กองทัพอากาศ เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นบินลาดตระเวนรบ หากมีอากาศยานรุกล้ำน่านฟ้าไทย
มาตรการที่สำคัญเพิ่มเติม ของหน่วยงานความมั่นคง จังหวัดตาก
- หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ทำการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 120 มิลลิเมตร (กระสุนควัน) เตือนทันที จำนวน 4 นัด ตามกฎการปะทะ Rules of Engagement (ROE) หลังมีกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด (ไม่ทราบชนิด/ขนาด) ข้ามมาตก ในฝั่งไทย บริเวณพื้นที่บ้านห้วยมหาวงก์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และทำหนังสือประท้วงผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC) ให้ระมัดระวังในการใช้อาวุธในพื้นที่ชายแดนอย่างเคร่งครัด
หน่วยงานความมั่นคง ยังคงยึดถือ และปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง Rules of Engagement (ROE) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกการปฏิบัติเป็นไปด้วยความชอบธรรม และป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจส่งผลเสียต่อประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน หากปฏิบัติแล้วไม่เป็นผล สามารถยกระดับการใช้กําลังตามสถานการณ์ได้
แนวทางการบริหารต่อสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน จังหวัดตาก
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ด้านตรงข้ามพื้นที่ของจังหวัดตากนั้น ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย และไม่สนับสนุนให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นพื้นที่สนับสนุนผลประโยชน์ และขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ สื่อมวลชน และทุกภาคส่วน ในการพิจารณาข่าวสารข้อเท็จจริง ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชน








