สถานการณ์ไฟป่าแม่ฮ่องสอน น่าเป็นห่วงหลังพบจุดความร้อนเพิ่มสูงถึง 659 จุด ส่งผลให้มีผู้ป่วย กลุ่มโรค COPD (ซีโอพีดี) เพิ่มขึ้น 74.4 เปอร์เซ็นต์ใน อ.แม่ลาน้อย และ 18.8 เปอร์เซ็นต์ ใน อ.แม่สะเรียง ส่วนเมืองปายสำลักควันไฟป่าต่อไปอีกหลังจุดไฟป่าเพิ่ม 126 จุด
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อน (Hotspot) ดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS (NASA) ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 รอบเช้า เวลา 02.19 น. พบจุดความร้อน 445 จุด ประกอบด้วย อ.ปาย 126 จุด , อ.ปางมะผ้า 12 จุด , อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 92 จุด , อ.ขุนยวม 51 จุด , อ.แม่ลาน้อย 21 จุด , อ.แม่สะเรียง 91 จุด และ อ.สบเมย 52 จุด จุดความร้อนประจำวันที่ 28 มีนาคม 2569 (เมื่อวานนี้) จำนวน 659 จุด จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 28 มีนาคม 2569 จำนวน 1,315 จุด
สถานการณ์ไฟป่าที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก เนื่องจากค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน มีค่าสูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทั่วไป
ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกินมาตรฐาน ในพื้นที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย 126.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.จองคำ อ.เมือง 74.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร , ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง 98.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 สัปดาห์ที่ 1–12 ปี 2569 เปรียบเทียบกับปี 2568 จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบผู้ป่วย รวม 4 กลุ่มโรค จำนวน 2,600 ราย คิดเป็นอัตรา 900.7 ต่อแสนประชากร ลดลงร้อยละ 11.3 จากปี 2568 (2,931 ราย อัตรา 1,015.3 ต่อแสนประชากร) ซึ่งยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 8,200 ต่อแสนประชากร คิดเป็นร้อยละ 10.98 ของเป้าหมาย
ขณะเดียวกัน จุดเฝ้าระวัง COPD เป็นกลุ่ม โรคเดียวที่เพิ่มสูงขึ้น +5.4% โดยเฉพาะ รพ.แม่ลาน้อย (+74.4% จาก 125 เป็น 218 ราย) และ รพ.แม่สะเรียง (+18.8% จาก 298 เป็น 354 ราย) ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มโรค COPD (ซีโอพีดี) หรือชื่อเต็มคือ Chronic Obstructive Pulmonary Diseaseเป็น “โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง” ที่ทำให้หายใจลำบาก และเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆภาพรวมโรค (เข้าใจง่าย)ปอดของคนปกติ = ทางเดินลมโล่ง อากาศเข้าออกได้ดีปอดของคนเป็น COPD = หลอดลมตีบ มีเสมหะ และถุงลมถูกทำลาย ทำให้อากาศ “เข้าได้ แต่เอาออกยาก” → เหนื่อย หายใจไม่สุด
อาการสำคัญ เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลาเดินหรือออกแรงไอเรื้อรัง มีเสมหะหายใจมีเสียงวี้ดแน่นหน้าอก สาเหตุหลักสูบบุหรี่ (สาเหตุอันดับ 1) ควันไฟ ฝุ่น PM2.5การทำงานในที่มีฝุ่น/ควันเคยติดเชื้อปอดซ้ำ ๆ
ผลกระทบ เป็นโรคเรื้อรัง “ไม่หายขาด” แต่ควบคุมได้ถ้าไม่ดูแล → อาจต้องใช้ออกซิเจน หรือเข้าโรงพยาบาลบ่อยมีช่วง “กำเริบ” ที่อาการแย่ลงเร็ว (เสี่ยงอันตราย) แนวทางจัดการ (เชิงปฏิบัติ) หยุดสูบบุหรี่ทันที (impact สูงสุด)ใช้ยาพ่นขยายหลอดลมตามแพทย์สั่ง ออกกำลังกาย/ฝึกการหายใจฉีดวัคซีน (ไข้หวัดใหญ่/ปอดอักเสบ)เลี่ยงฝุ่น ควัน และมลพิษ
สรุปเชิงระบบCOPD = “โรคปอดที่ทางเดินลมตีบเรื้อรัง”→ ทำให้หายใจลำบาก→ ป้องกันได้ (เลิกบุหรี่)→ ควบคุมได้ (ยา + พฤติกรรม)หากต้องการต่อยอดในเชิงบริการ เช่น “แนวทางคัดกรองใน OPD / Flow COPD clinic / การลด Admit” สามารถออกแบบเป็นโมเดลระบบให้สอดคล้องบริบท แต่ละอำเภอจะมีคนไข้กลุ่มนี้อยู่ 100-300 คน
ด้านการป้องกันทางสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลแก่กลุ่มเปราะบาง สำรองหน้ากาก N95 ดูแลความพร้อมมุ้งปลอดฝุ่น และแจกเพิ่มในผู้ป่วย COPD ที่มีอาการกำเริบ สะสม 200 ชุด ครอบคลุมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง/COPD จำนวน 200 คน แจกหน้ากากรวมทั้งหมด 53,964 ชิ้น (Surgical Mask 18,980 ชิ้น, N95 34,984 ชิ้น)
ภูมิภาค05







