ไฟป่ายังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดจุดฮอทสปอต สูงถึง 1,008 จุด ค่ามลพิษเมืองปายสูงวัดได้ถึง 104.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ตัวเมืองปายมืดทึบเต็มไปด้วยฝุ่นควันจากไฟป่า เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนักรวมไปถึงจิตอาสาเอนดูโร่ดับไฟป่าที่เข้าช่วยภาครัฐ
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟขอสรุปสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำวันที่ 27 มีนาคม 2569 1.จุดความร้อนประจำวันที่ 26 มีนาคม 2569 (เมื่อวานนี้) จำนวน 186 จุด 2.จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 26 มีนาคม 2569 จำนวน 1,008 จุด สูงสุดที่อำเภอแม่สะเรียง จำนวน 289 จุด โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 513 จุด
คุณภาพอากาศประจำวันที่ 27 มีนาคม 2569 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น.) 1. ค่า PM2.5 สถานีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เท่ากับ 55.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
2. ค่า PM2.5 สถานีอำเภอแม่สะเรียง เท่ากับ 67.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
3. ค่า PM2.5 สถานีอำเภอปาย เท่ากับ 104.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
จากการลักลอบเผาป่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดหมอกควันจากไฟป่าลอยปกคลุมตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะที่ อ.ปาย พบว่า ในเช้าวันนี้ มีหมอกควันจากไฟป่าลอยปกคลุมตัวเมืองปาย หนาแน่น ทัศนวิสัยในช่วงเช้าวัดได้เพียง 1 กม. ประชาชนต่างเผชิญกับสภาวะแสบตาเคืองตา หายใจลำบาก จนต้องใส่หน้ากากอนามัยถึงแม้จะอยู่ในเคหสถานก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า ให้เร่งทำการดับไฟป่าที่เกิดขึ้น และทำแนวกันไฟป่าเพื่อป้องกันการลุกลามออกไปจากพื้นที่ แต่ก็ยังคงประสบกับปัญหาสภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงชันและไม่สามารถเดินทางเข้าไปดับไฟป่าได้ส่งผลให้หมอกควันไฟป่าเริ่มหนาแน่นขึ้นทุกขณะ
ในส่วนของภาคเอกชน ล่าสุด ขณะที่ทีมเอ็นดูโร่จิตอาสาดับไฟป่า ในทุก 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เข้ามาสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ ด้วยการขับขี่รถจักรยานยนต์วิบากลาดตระเวนเฝ้าระวัง และเข้าทำการดับไฟป่าในเบื้องต้น โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารหรือเส้นทางที่ยากลำบากที่ยานพาหนะขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นการนำทักษะความชำนาญในการขับขี่แบบออฟโรดมาปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม และช่วยแบ่งเบาภาระงานของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าหลักได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบัน ทีมนี้มีสมาชิกเป็นคนในพื้นที่รวม 77 คน กระจายกำลังปฏิบัติหน้าที่ใน 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของภาคประชาชนที่ยอมเสียสละเวลาและแรงกายในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ภูมิภาค05







