ข่าวภูมิภาค

สาวใหญ่ 56 ปี จะไปแจ้งความเพื่อนบ้าน กลับเจอดักรวบคดีบัญชีม้า!    

แชร์ข่าว


สาวใหญ่ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ตั้งใจเดินทางมาแจ้งความกับ ตร.แหลมฉบัง แต่ตำรวจพบว่ามีหมายจับบัญชีม้าจากศาลจังหวัดศรีสะเกษ ดักรวบตัวขณะเดินทางมาแจ้งความ โอดครวญถ้ารู้ว่าถูกหมายจับจะเก็บตัวอยู่บ้านเฉยๆ                  
  
วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ภายใต้การอำนวยการ พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สภ.แหลมฉบัง  พ.ต.ท.ราชภิภพ ขุมทรัพย์ รอง.ผกก.สส.สภ.แหลมฉบัง พ.ต.ต.ประสิทธิ์  จินพละ สว.สส.สภ.แหลมฉบัง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งจากสายสืบว่า นางสาวสิรภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ1154/2568 ลงวันที่ 22  ธันวาคม  2568 จะมาปรากฏตัวที่บริเวณ ริมถนนแหลมฉบังสาย 1 ม.10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อจะเดินทางมาลงบันทึกประจำวันในกรณีทะเลาะมีปากเสียงกับเพื่อนบ้าน
   
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้มาซุ่มรอจนกระทั่ง นางสาวสิรภัทร เดินทางมาอยู่ริมถนนหน้า สภ.แหลมฉบัง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว และอ่านหมายจับให้ผู้ต้องหาฟัง และยอมรับว่าเป็นบุคคลในหมายจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมารับตัวไปดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
  
นางสาวสิรภัทร เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อจะแจ้งความลงบันทึกประจำวันในกรณีทะเลาะมีปากเสียงกับเพื่อนบ้าน โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ว่ามีหมายจับพอเดินทางมาถึงหน้า สภ.แหลมฉบังก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว พร้อมแจ้งรายละเอียดตามหมายจับและถูกควบคุมตัวมาสอบสวน
   
โดยเริ่มจาก เมื่อประมาณเดือน มีนาคม 2568 ตนเองกำลังตกงาน แล้วได้ไปเห็นรับสมัครไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว มีรายได้ดี ตนเองจึงตัดสินใจเดินทางไปที่จังหวัดสระแก้ว จึงสอบถามว่าต้องข้ามไปทำงานฝั่งกัมพูชาหรือไม่ ทางนั้นตอบว่าไม่ข้ามให้ทำงานที่หน้าด่านเท่านั้น แล้วฝ่ายนั้นจัดรถมารับที่บ้านแล้วพาเดินทางไปส่งที่จังหวัดสระแก้ว หลังจากนั้นก็มีชาวกัมพูชา ขี่รถ จยย. มารับแล้วพาไปข้างป่าได้ยินเสียงคนกัมพูชาคุยกันมีคนไทยยืนอยู่หลายคน และมีชายชาวกัมพูชาบอกว่า จะต้องเดินทางไปตามช่องทางธรรมชาติ เป็นป่า ไปจนถึงสุดทางจะมีคลองและมีสะพานเล็ก ๆ ข้ามไป แล้วไปขึ้นรถไปส่งที่ตึก 12 ชั้น เห็นคนไทยนั่งทำงานอยู่หน้าคอมเป็นจำนวนมากมีคนไทยไปทำงานอยู่เต็มไปหมด     หลังจากนั้นก็พาไปจุดที่มีกำแพงใหญ่ เข้าไปก็พบคนไทยอีก 40-50 คน มี รปภ.เป็นชาวกัมพูชา คอยดูแลและขายยาเสพติดกันอย่างโจ่งครึ้ม ภายในนั้นมีอาหารขาย แต่สินค้าหมดอายุหมดแล้วทั้งนั้น ห้องน้ำห้องเดียวใช้ร่วมกัน และถูกขู่ว่าจะส่งไปขายที่พนมเปญ และยึดโทรศัพท์มือถือไปทั้งหมด แล้วก็พาไปหาคนจีนไปถ่ายรูป สแกนหน้าตา แล้วก็มีคนบอกว่าบัญชีของตนตายแล้วใช้ไม่ได้ จึงถูกส่งตัวกลับประเทศไทย ทางช่องทางธรรมชาติ ได้เงินมา 8,000 บาท แต่ก็ต้องจ่ายค่าคนพาข้ามแดนอีกจนแทบไม่เหลือเงินกลับบ้าน  วันนี้จะมาแจ้งความเรื่องมีปากเสียงกับเพื่อนบ้านที่ สภ.แหลมฉบัง แต่ยังไม่ทันเข้าไปใน สภ.แหลมฉบัง ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดักรอและแสดงหมายจับให้ตนเองดูแล้ว ซึ่งถ้ารู้ว่ามีหมายจับตนเองก็จะไม่มาแจ้งความจะอยู่บ้านเก็บตัวอยู่เฉย ๆ พอเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ่านหมายจับให้ฟัง ก็ยอมรับในการทำความผิดในครั้งนี้

ข่าวแนะนำ