ผวา ชาวบ้านรวมตัวร้องสื่อเพื่อนบ้านหลอน อาละวาดไล่ถีบรถชาวบ้านเดือดร้อนทั้งบาง วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือจริงจัง
ลูกชายอดีตตำรวจเกษียนราชการฯ ติดยาเสพติดหนักจนสติหลุด ตระเวนก่อเหตุทำลายทรัพย์สินชาวบ้าน ไล่ถีบรถ จยย.ที่วิ่งอยู่บนถนน เข้าออกซอยบ้าน เบิ้ลรถเสียงดัง ตะโกนท้าทายคนทั้งซอย เพื่อนบ้านผวา หวาดระแวงจิตตก แจ้งความแล้วตำรวจจับตัวไปก็ปล่อยออกมา มิหนำซ้ำผู้เป็นแม่และพ่อ กลับเข้าข้างลูกตัวเอง นักข่าวลงพื้นที่หาข้อมูล ถูกผู้เป็นพ่ออดีตตำรวจตะเพิดไล่ “ลูกฉันไม่ได้ทำผิดอะไร พวกมึงไม่จบกันใช่ไหม ใครอยู่ไม่ได้ก็ย้ายออกไป“
เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 มี.ค.69 ที่ บริเวณชุมชนบ้านห้วยยายมุก ซอย 2/2 หมู่ที่6 ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดย นางสาวซีม อายุ 38 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่พักอาศัยอยู่ซอยเดียวกับผู้ก่อเหตุ พร้อมด้วยเพี่อนบ้านภายในซอยและเพี่อนสนิท ได้นัดรวมตัวกันร้องเรียนร้องทุกข์ต่อสี่อฯ เพี่อช่วยเป็นกระบอกเสียง ช่วยกระจายข่าวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ให้เข้าช่วยชาวบ้านด้วย ทุกหลังคาเรือนเดือดร้อนหนัก จิตตกหวาดผวาทุกคืน
ผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายแบงค์ อายุ 32 ปี เป็นบุตรชายของอดีตนายตำรวจเกษียนราชการ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในซอยเดียวกัน แต่บ้านผู้ก่อเหตุอยู่หลังในสุด โดยผู้ก่อเหตุขี่รถ จยย. เข้า-ออก จะต้องผ่านบ้านทุกหลัง และทุกครั้งทื่ขี่เข้าออก ไม่ว่าจะช่วงเวลาใด ก็จะเบิ้ลเครื่องสุดเสียง สร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้านทุกหลังจนเอือมระอา
ล่าสุด นางสาวซีม ได้เล่าว่า เมี่อกลางดึกของเมื่อคืน วันทื่ 25 มี.ค.69 ทื่ผ่านมา นายแบงค์ ผู้ก่อเหตุ ได้ขี่รถ จยย. เบิ้ลเครื่องลั่นซอย เพื่อนบ้านจึงตะโกนถาม ”จะเบิ้ลทำไมนัก มีเด็กอ่อน นอนไม่ได้เลย“ ทำให้ผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจ ตะโกนท้าทายให้เพื่อนบ้านออกมาดวลกันกลางซอย ทำให้มีปากเสียงกัน จึงได้แจ้งตำรวจเข้าระงับเหตุ พร้อมทั้งนำตัวนายแบงค์ ขึ้นรถตำรวจไปด้วย โดยผู้เป็นพ่อ ก็จะไม่ยอมให้ตำรวจพาผู้ก่อเหตุไป โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ลูกชายตนไม่ได้ผิดอะไร สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายแบงค์ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ แต่ชาวบ้านและเพื่อนบ้านก็ยังหวาดระเเวง เพราะเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งผ่านไปไม่กี่วัน นายแบงค์ ก็กลับออกมาทำแบบเดิมอีก
ในส่วนของ นางสาวมิ้น อายุ 31 ปี ภรรยาเพี่อนสนิทของนายแบงค์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ทื่เพิ่งผ่านมานี้ นายแบงค์ฯ ผู้ก่อเหตุ ได้วนไปทื่บ้านตนอยู่หลายครั้ง โดยเข้าไปหาเรื่องสามีตนที่เป็นเพื่อนสนิท โดยเข้าไปเอาหมวกกันน็อคตีและจะเข้าไปชกต่อย จนล่าสุดก็เข้าไปใช้ก้อนหินขว้างกระจกรถยนต์ จนแตกเสียหาย ตนเองก็ได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว เพื่อเป็นหลักฐานเช่นกัน
ด้าน นายเป้ อายุ 33 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า ถูก นายแบงค์ ขี่รถทจยย.วนไปที่หน้าอู่ แล้วใช้ขวดขว้างเข้าไปไนอู่รถ แต่โชคดีที่ไม่โดนรถลูกค้า ซึ่งตนก็ไปเเจ้งความลงประจำวันไว้แล้ว
และ นางสาวฟ้า อายุ 26 ปี ได้เล่าว่า แฟนของตนเองเคยถูกนายแบงค์ ผู้ก่อเหตุ ขี่รถ จยย.ตามประกบแล้วใช้ขาถีบรถจยย. จนล้มคว่ำโดยไม่มีสาเหตุ ในขณะนี้เรื่องยังอยู่ทื่สถานีตำรวจ ขนาดตนเองหาหลักฐานตามกล้องวงจรปิดมาให้ตำรวจด้วยตัวเอง คดีก็ยังเงียบ ทั้งๆ ที่ภาพเห็นชัดว่า นายแบงค์ เป็นผู้ก่อเหตุจริง ทำไมตำรวจ ยังไม่ยอมดำเนินการติดตามคดีให้ ทำได้แค่รอว่าเมี่อไรตำรวจ จะเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ทั้งนี้ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวกำลังเดินกลับมาเอารถยนต์ที่จอดไว้ ซึ่งจะต้องผ่านบ้านของนายแบงค์ ผู้ก่อเหตุ ทำให้ผู้เป็นแม่และพ่ออดีตตำรวจของผู้ก่อเหตุไม่พอใจ ตะโกนพูดจาด้วยอารมณ์โมโห พร้อมทั้งตะเพิดไล่นักข่าว ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดตะโกนด่าเพี่อนบ้านว่า “ลูกกูไม่ได้ผิดอะไร เบิ้ลรถอยู่บนถนนผิดตรงไหน ไม่ได้ไปเบิ้ลอยู่ในบ้านใคร ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ย้ายออกไป” สุดท้ายแล้วลูกชายคนเล็ก น้องชายผู้ก่อเหตุ ได้ออกมาขอโทษผู้สื่อข่าวแทนพ่อและแม่ พร้อมทั้งให้พ่อแม่เข้าบ้าน เหตุการณ์จึงสงบลง
ต่อมาทางผู้สี่อข่าว ได้เดินทางไปพบ นายนิกร กลัดกราย กำนันตำบลโป่ง ผู้ที่รู้เรื่องราวทั้งหมดในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เคยเข้าไประงับเหตุ และเคยเอาตัว นายแบงค์ ผู้ก่อเหตุ เข้ารับการบำบัดยาเสพติดไปแล้ว โดยในขณะที่เข้ารับการบำบัดนั้น นายแบงค์ กลับออกมา ก็เป็นผู้เป็นคนได้ดีขึ้น โดยเน้นย้ำให้ผู้เป็นพ่อแม่ดูแลรับช่วงต่อในตอนที่กลับมาอยู่บ้าน ต้องให้ลูกกินยาสม่ำเสมอ ดูแลเอาใจใส่ อย่าให้กลับไปเสพยาอีก แต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ จะต้องติดตามผลผู้ที่เคยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดแล้ว ซึ่งจะต้องมีการตรวจหาสารเสพติดต่อเนื่อง พบว่า นายแบงค์ ยังคงมีสารเสพติดในร่างกาย และครั้งนี้อาการหนักกว่าเดิม อืกทั้งผู้เป็นพ่อแม่ ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าทื่ จึงไม่สามารถทำอะไรได้ ทำไห้นายแบงค์ อาการเสียสติเกินทื่จะควบคุม เป็นสาเหตุทื่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน นายนิกรฯ กำนัน ต.โป่ง ได้ฝากถึงชาวบ้านเพื่อนบ้านทื่พักอาศัยอยู่ในซอยเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ ให้ช่วยกันดูแลสอดส่อง หากมีเหตุการณ์ที่ดูแล้ว จะเป็นเรื่องเหตุร้าย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ พร้อมเข้าจับกุมทันทีถึงแม้ในตอนนี้ ทางด้านกฏหมายยังควบคุมผู้ก่อเหตุไม่ได้เต็มที่ ซึ่งหากจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้เป็นพ่อแม่ แต่ในตอนนี้พ่อแม่ผู้ก่อเหตุนั้น ยังเข้าข้างลูกตัวเอง โดยอ้างว่า หากมีหลักฐานทั้งหมดชัดเจน ว่านายแบงค์ กระทำผิดจริง ให้มานำตัวไปดำเนินคดีได้ แต่ถ้าหากยังไม่มีหลักฐานทางพ่อแม่ไม่ยอม และก็จะไม่ให้ลูกตนไปบำบัดแต่อย่างใด ทางด้านกำนันฯ ยังได้ฝากถึงผู้เป็นพ่อแม่ อยากให้ทบทวนอืกครั้ง หากนำลูกเข้าบำบัดรักษาในตอนนี้ ยังสามารถหายดีเป็นปกติได้ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนื้ อาจจะเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้
ภูมิภาค21








