เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มี.ค.ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด(มหาชน) ,บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด(มหาชน) และผู้แทนบริษัทค้าปลีกน้ำมันในพื้นที่ มี พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 ร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้เพื่อติดตาม รองรับสถานการณ์ด้านพลังงานในจังหวัดระยอง หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ขาดแคลน และหวั่นมีการกักตุน รวมทั้งติดตามผลกระทบกับภาคส่วนต่างๆ จากเหตุราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นดังกล่าว
นายไตรภพ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับโรงกลั่นในพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี และมีการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นแล้ว ยืนยันไม่ขาดแคลน สำหรับสถานการณ์น้ำมันพบว่าตั้งแต่เมื่อวาน(26 มี.ค.) จนถึงขณะนี้ที่มีปรับราคาขึ้นอีก 6 บาท ทั้ง 8 อำเภอ น้ำมันมีเพียงพอเข้าสู่เหตุการณ์ปกติแล้ว พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน แต่อย่างไรก็ตามในที่ประชุมที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายภาคส่วน ได้วางมาตรการรองรับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา เช่น ราคาสินค้า อุปโภค บริโภคที่อาจจะแพงขึ้น, รถโดยสารสาธารณะ และเรือประมงที่ได้รับผลกระทบต้นทุนสูงขึ้น จากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นดังกล่าว โดยเฉพาะภาคประมงพื้นบ้าน ขาดแคลนน้ำมันเขียว ซึ่งจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาพูดคุยนอกรอบเพื่อแก้ไขปัญหา และหาทางเยียวยาช่วยเหลือต่อไป รวมทั้งผลกระทบเรื่องราคาสินค้า ก็จะมีตั้งวอร์รูมแก้ไขปัญหาขึ้นในทุกสัปดาห์ ส่วนการกักตุนน้ำมันนั้น ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ลงไปติดตามตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันไม่ให้มีการกักตุน ซึ่งปัจจุบันน้ำมันไม่ขาดแคลนแล้ว โดยราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด เชื่อว่าผู้ประกอบการไม่กักตุนแน่นอน
ด้าน นางไพรัช เจียะรัตน์ หน.กลุ่มบริหารจัดการด้านประมง สำนักงานประมงจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ทั้งประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ได้รับผลกระทบเรือประมงที่เป็นเรือเล็ก และเรือใหญ่ 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 200 กว่าลำ หยุดวิ่ง มีเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังออกเรือ โดยใช้น้ำมันเขียวเติมเรืออยู่ประมาณเดือนละ 4 ล้านลิตร ในสัปดาห์หน้าสต็อกน้ำมันเขียวของผู้ประกอบการ จะหมดลงแล้ว ซึ่งทางรัฐบาลสนับสนุนให้ใช้น้ำมัน E20 แต่ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์เรืออาจจะเดินเครื่องได้ไม่ดี แต่ก็ต้องใช้ไปก่อน ในน้ำมันเขียวรัฐบาลไม่ได้มีการอุดหนุนจากกรณีไม่มีภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ภาคประมง อยากให้รัฐบาลได้ช่วยอุดหนุนน้ำมันเขียวได้ครึ่งหนึ่งของน้ำมันบนฝั่งก็ยังดี และอยากให้โรงกลั่นน้ำมันของระยอง ได้ช่วยผลิตน้ำมันเขียวของเรือประมงด้วย ถึงแม้สถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็อยากจะให้ทางโรงกลั่น และทางจังหวัดได้หามาตรการช่วยเหลือโดยด่วนด้วย หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ราคาอาหารทะเลยังคงราคาเดิมอยู่







