ชาวประมงพื้นบ้านสงขลาเดือดร้อนหนัก หลังราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หลายลำหยุดออกทะเล บางส่วนลดระยะทางจับปลาเหลือ 4-5 กม. ทำรายได้หายกว่าครึ่ง เหลือวันละ 500-600 บาท วอนรัฐช่วยเหลือด่วน
วันที่ 26 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชายหาดนาทับ หมู่ 11 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีชาวประมงพื้นบ้านมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ซึ่งพบว่า ชาวประมงนำเรือขึ้นมาจอดบนชายหาดจำนวนมาก ซึ่งจากการสอบถามชาวประมงที่ชายหาดนาทับ ก็บอกว่า หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น ก็ได้รับผลกระทบมากพอสมควร โดยเรือประมงส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งยังพอหาซื้อมาเติมเรือได้ แต่เรือบางลำในพื้นที่ที่เติมน้ำมันดีเซล ก็เดือดร้อนมาก บางลำถึงขั้นงดออกทะเล เนื่องจากน้ำมันดีเซลขาดแคลน
นางรอกีบ๊ะ เหลาะเหล็ม ชาวประมงพื้นบ้าน บอกว่า ก่อนหน้านี้ตนกับสามีและลูกน้อง จะพากันออกทะเลไปจับปลาตั้งแต่ช่วง ตี 5 และกลับเข้าฝั่งประมาณ 11.00 น. โดยแต่ละวันจะออกทะเลไปไกลจากชายฝั่งเกือบ 10 กิโลเมตร เนื่องจากมีสัตว์น้ำให้จับจำนวนมาก แต่หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้น ก็ทำให้ต้องลดระยะทางลงเหลือไม่เกิน 4-5 กิโลเมตร เพื่อประหยัดน้ำมัน และทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลง ที่สำคัญยังส่งผลต่อรายได้ลดลง จากเดิมวันละเกือบ 1,000 บาท แต่ตอนนี้เหลือ 500-600 บาท อีกทั้งยังงดจ้างลูกน้องด้วย เพราะหากจ้าง ก็ต้องจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ 30 ทำให้รายได้ไม่เพียงพอที่จะจ่ายลูกน้อง ส่วนราคาสัตว์น้ำที่จับมาได้ก็ยังขายราคาเดิม และหากราคาน้ำมันยังขึ้นต่อเนื่อง ก็คงต้องปรับราคาสัตว์น้ำที่ขายขึ้นแน่นอน
ทั้งนี้ นอกจากราคาน้ำมันขึ้นแล้ว ก็ยังมีปัญหา ปั๊มน้ำมันบางแห่ง ไม่ให้นำน้ำมันใส่ในแกลลอนที่ใช้เติมเรือประมง ทำให้ต้องเสียเวลาตระเวนหาน้ำมัน








