ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น จับกุมลูกจ้างวัย 34 ปี หลังก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้างมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างปัญหาทางการเงินและมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มี.ค.69 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.(สส.) สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เข้าจับกุม นายหทัยกาล อายุ 34 ปี อยู่ ม.14 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ประกอบด้วย แหวนเพชร จำนวน 4 วง จี้เพชรรูปหัวใจ จำนวน 1 อัน และเหรียญหลวงพ่อโสธรซึ่งถูกแกะเลี่ยมทองออก จำนวน 1 องค์
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ภายหลังจากชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านพักภายในหมู่บ้านเกษมทรัพย์ ถนนเลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดลักเอาทรัพย์สินไปจากบ้านพัก ได้แก่ เงินสดจำนวน 300,000 บาท แหวนเพชร 5 วง แหวนทองคำหนักสองสลึง 1 วง กำไลข้อมือทองคำ 2 เส้น จี้เพชรรูปหัวใจ 1 อัน และพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทอง 1 องค์ รวมทรัพย์สินทั้งหมด 6 รายการ ก่อนหลบหนีไป
"ชุดสืบสวนได้ร่วมกับพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุพยายามเอาผ้ามาคลุมปิดบังเอาไว้ โดยมีดวงตาโผล่ออกมาบางส่วนซึ่งทางตำรวจได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง จนพบข้อมูลและบุคคลต้องสงสัยที่สำคัญ จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า นายหทัยกาล ซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย มีพฤติการณ์พิรุธต้องสงสัย อีกทั้งยอมรับว่าเคยเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อทำการตรวจหาสารเสพติดพบผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบปากคำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง กระทั่งผู้ต้องหายอมเปิดปากรับสารภาพว่า มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน จึงลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าว พร้อมได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นรถกระบะของผู้เสียหาย ซึ่งใช้ในการทำงาน โดยพบของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในถุงผ้าสีเขียวภายในรถ ประกอบด้วยแหวนเพชร 4 วง จี้เพชรรูปหัวใจ 1 อัน และเหรียญหลวงพ่อโสธร 1 องค์ ซึ่งผู้ต้องหาแกะเลี่ยมทองออกไปขาย ส่วนเงินสดทรัพย์สินอื่นๆผู้ต้องหาสารภาพว่าใช้และนำทองไปจำนำหมด ซึ่งทางตำรวจจะได้ขยายผลติดตามนำทรัพย์ที่เหลือมาคืนผู้เสียหาย"
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่อว่าผู้ต้องหายังสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดเกิดเหตุภายในบ้าน เพื่อถ่ายภาพประกอบคำรับสารภาพ ก่อนถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







