รถยกขอนแก่น ปรับแผนขนส่ง หลังน้ำมันหายาก กลัวสุดเส้นทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมประกาศตรึงราคาค่าขนส่งไปก่อนหวั่นกระทบลูกค้า แต่ถ้าถึงลิตรละ 35 บาทไม่ไหวแน่ ช่วงนี้งานแห่-งานบุญ-งานบวช รับหมดเพื่อเสริมสภาพคล่อง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานจอดรถยก “ม่อน ซามูไร ทรานสปอร์ต ขอนแก่น” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พนักงานประจำรถต่างเร่งทำความสะอาดและจัดเตรียมรถเพื่อให้บริการลูกค้าที่มาติดต่อขอใช้บริการของทางบริษัทฯ ในระยะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นการจ้างงานระยะสั้นในกลุ่มงานบวช งานรถแห่ และงานบุญประเพณีต่างๆขชองชุมชน ซึ่งบริษัทฯได้ปรับแผนการให้บริการจากผลกระทบภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่ ซึ่งทำให้งานรถยกและขนส่งสิ่งของระยะไกลน้อยลง จึงต้องมารับงานระยะสั้นและงานที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเพื่อให้มีรายได้มาใช้จ่ายในบริษัทฯและดูแลพนรักงานที่มีอยู่กว่า 10 คน
นายธนภณ เอี่ยมแสงวัฒนา เจ้าของ หจก.ม่อน ซามูไร ทรานสปอร์ต ขอนแก่น กล่าวว่า ยอมรับว่าภาวะน้ำมันที่ขาดแคลนและการจำกัดการเติมน้ำมันในระยะนี้ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจรถยกอย่างมาก แต่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และล่าสุดราคาน้ำมันทุกชนิดโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นทำให้ได้รับผลกระทบเพิ่มหนักขึ้นไปอีก เพราะคนเริ่มประหยัดลง ใช้รถน้อยลง จึงทำให้กลุ่มงานรถยกระยะไกล ทั้งการขนส่งรถทั่วไป รถเกิดอุบัติเหตุหรือขนส่งเครื่องจักรหรือสิ่งของ ลดลงจากเดิมอย่างมาก จึงต้องปรับแผนรถยกรถสไลด์ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 คัน ให้มารับงานทั่วไปที่สามารถที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานบวชและงานรถแห่ ในราคาเริ่มต้นที่วันละ 5,000 บาท สุงสุด 7,000 บาท ซึ่งมีลูกค้าเริ่มมาจองคิวรถ ส่วนใหญ่คืองานบวช และงานสงกรานต์ กันบางแล้ว
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับภาคส่วนต่างๆในภาพรวม เราก็ต้องปรับตัวให้ได้ ซึ่งน้ำมันที่ขาดแคลนเราเจอมากับตัวแล้ว คือนำรถไปส่งให้กับลูกค้าทีกรุงเทพฯ ขากลับไม่มีน้ำมันเติม ทำให้ต้องจอดรอน้ำมันเพื่อให้สามารถนำรถไปส่งให้ได้ ซึ่งก็ตกใจเพราะเส้นทาง ถ.มิตรภาพสายหลักจากขอนแก่น เข้ากรุงเทพฯ พอเข้าช่วงสระบุรี-อยุธยา น้ำมันไม่มีให้บริการในหลายปั๊ม ทำให้กลุ่มรถยกเองก็ต้องศึกษาและวางแผนว่าจุดที่จะไปส่งรถนั้นมีปั๊มกี่ปั๊มและแต่ละปั๊มมีน้ำมันหรือไม่ ซึ่งบริษัทฯได้ปรับแผนใหม่คือการเติมน้ำมันให้เต็มไว้ก่อน และเมื่อขับรถไปคนขับจะรู้เองว่าน้ำมันหมดลงไปเท่าใด ในเมื่อต้องจอดพักรถก็ให้เข้าคิวเติมน้ำมันไปด้วยจะ 500 บาท หรือ 1,000 บาทตามที่ปั๊มกำหนดไว้ก็ต้องเติมเพราะบางทีปลายทางเป้นอำเภอ ปั๊มน้ำมันมีน้อยก็ไม่ควรไปส่งผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่เราก้ต้องรับผิดชอบในส่วนของเราด้วยทั้งไปและกลับ”
นายธรภณ กล่าวต่อว่า เส้นทางที่กังวลที่สุดคือกรุงเทพฯ เพราะแม้ปั๊มจะเยอะแต่รถก็เยอะด้วย ดังนั้นจึงต้องเตรียมการสำรองน้ำมันไว้ให้เต็มและหมั่นตรวจสอบน้ำมันว่าหมดไปเท่าใดและเติมให้เพียงพอทั้งไปและกลับ ขณะที่การปรับขึ้นราคาน้ำมันในระยะนี้ยังคงพอรับได้ ซึ่งหากราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงไปที่ลิตรละ 35 บาทขึ้นไปก็คงจะอยู่กันยาก ยกตัวอย่างเช่นนำรถลูกค้าไปส่งที่กรุงเทพฯ ต้นทางขอนแก่น คิดราคาที่ 10,000 บาทก็จะยังคงตรึงราคาค่าขนส่งในระยะนี้ต่อไป แต่หากน้ำมันแพงกว่านี้ก็คงต้องทบทวนค่าขนส่งกันใหม่อีกครั้ง







