เกษตรกรขอนแก่นหวั่นภาวะน้ำมันขาดแคลนส่งผลกระทบต่อการขนมะม่วงไม่ทันจนต้องเสียทิ้ง วอน "อนุทิน"แก้ไขด่วน เพราะผ่านมาแล้วหลานเหตุการณ์น่าจะเอาอยู่
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 มี.ค. 2569 ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านแฮด เพื่อการส่งออก และการผลิตมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออก ที่บ้านหนองเต่า ต.หนองแซง อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น นายสุธีย์ ทินราช อายุ 62 ปี ประธานกลุ่มฯ กำลังช่วยสมาชิกคัดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ตามรอบชองการส่งออกประจำเดือน มี.ค.
นายสุธีย์ กล่าวว่า กลุ่มมีสมาชิกอยู่จำนวน 40 ครอบครัวซึ่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองและช่วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิต ส่งขายต่างประเทศ โดยจะมีรถขนส่งมารับที่โรงคัด จำนวน 5 บริษัทฯ ซึ่งทุกบริษัทฯ ได้ทำสัญญา และระบุวันเวลามารับมะม่วงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในเดือน มี.ค. จะเก็บผลผลิตสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยจะมีรถขนส่งมาคัดเอามะม่วงที่โรงคัด และในเดือนเม.ย.จะมีผลผลิตออกจำนวนมาก กลุ่ม จะทำการคัด 2 วันต่อครั้ง และรถขนส่งก็จะมารับมะม่วงตามวันเวลาที่กำหนด และยอมรับว่าขณะนี้มีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะทุกพื้นที่ กำลังประสบปัญหาเรื่องน้ำมัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ท้องตลาด ปีที่ผ่านมาก็เป็นปกติ มีรถขนส่งมารับมะม่วงจากสวนมทาที่โรงคัด จากนั้นจะมีรถขนส่งมารับจากโรงคัดออกไปส่งที่บริษัทส่งออกที่อยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะนำส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งผลผลิตมะม่วงในปีนี้ ชาวสวนเริ่มเก็บทาตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว โดยยังไม่มีผลกระทบอะไร แต่ในช่วงกลางเดือนเริ่มมีปัญหา เพราะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง แล้วก็เป็นช่วงที่ชาวสวนกำลังเก็บมะม่วงแก่จัดแล้วส่งขายได้ โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่ใกล้จะถึง ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม มะม่วงจะแก่จัด ชาวสวนก็จะเก็บมะม่วงเพิ่มมากขึ้น จึงวิตกกังวลว่าจะมีการปิดสายการบินหรือไม่ เพราะเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้เมื่อปี 2560 พอเกิดสงรามในครั้งนี้ จึงวิตกว่าจะซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่ แต่ปรากฏว่า สายการบินไม่ปิด ก็โล่งใจ
ตอนนี้ประสบปัญหาในเรื่องของน้ำมัน เพราะหลายปั้ม น้ำมันหมด และเริ่มจำกัดการเติมน้ำมัน จึงเกิดดความกังวลว่า ถ้าไม่มีน้ำมันเติมใส่รถที่ต้องขนมะม่วงจากสวนมายังโรงคัด มะม่วงก็จะเท่าที่สวน และพนักงานบริษัทฯส่งออกต่างประเทศ ที่จะมาคัดมะม่วง ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ จะต้องเดินทางมาคัดมะม่วงที่โรงคัด ที่อ.บ้านแฮด จากนั้นจะต้องนำมะม่วงกลับไปยังบริษัทฯที่กรุงเทพฯ หากถูกจำกัดน้ำมันในการเติมใส่รถยนต์ที่ต้องบรรทุกมะม่วงเข้าไปในกรุงเทพฯ และถ้าเกิดบริษัทฯส่งออกเปลี่ยนใจไม่มาคัด ไม่มารับมะม่วง แม้จะทำสัญญากันแล้ว ล็อควันที่กันไว้แล้วก็ตาม แต่ถ้าไม่มีรถมา มะม่วงที่แก่เต็มที่ จะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 10 วัน และชาวสวนที่เป็นสมาชิกของกลุ่มฯ ที่ห่อมะม่วงไว้แล้วเตรียมส่งออกในเดือน เม.ย.จำนวน 1,000,000 ใบและในเดือน พ.ค. อีกจำนวน 200,000 ใบ ถ้ารถขนส่งไม่มีน้ำมัน แล้วมารัยบมะม่วงไม่ได้ เกษตรกรตายอย่างเดียว เพราะมะม่วงจะเน่าทิ้งทั้งหมด
นายสุธีย์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับมะม่วง 1,000,000 ใบนั้น ชาวสวนมะม่วงสีทองน้ำดอกไม้ ตั้งใจไว้ว่า 50% เตรียมให้บริษัทฯส่งออกไปขายต่างประเทศทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น อีก 50% แบ่งขายให้ลูกค้าในประเทศไทย หากเกิดผลกระทบก็จะกลายเป็นกระทบ 2 เด้ง เพราะถ้าบริษัทฯส่งออกไม่สามารถมารับมะม่วงไปส่งออกไปขายต่างประเทศได้ มะม่วงก็จะกองกันอยู่ในประเทศไทย แล้วในส่วนของประเทศไทย พ่อค้า แม่ค้า ต้องใช้รถยนต์มาขนเอามะม่วงไปขาย เพราะในประเทศไทย มีแม่ค้าที่นำรถยนต์มาขนมะม่วงจากโรงคัดที่บ้านแฮด นำไปมะม่วงไปส่งขายทั่วภาคอีสาน และส่งขายในภาคกลาง ส่งขายที่มาเลเซีย ถ้าเขาเติมน้ำมันไม่ได้ หรือไม่มีน้ำมันให้เขาเติมได้เต็มที่ มะม่วงก็จะกองอยู่ที่โรงคัด และเน่าทิ้ง จึงเกิดความวิตกกังวลว่าจะได้รับผลกระทบเป็น 2 เด้ง
“มะม่วง 1,000,000 ใบ ที่เป็นมะม่วงพร้อมขายในเดือนเม.ย. เป็นด่านแรก ผลผลิตออกและพร้อมออกสู่ท้องตลาด ด่านสองมีน้ำมันเติมใส่รถขนไปแล้ว เกิดค่าน้ำมันมีราคาสูงขึ้น ค่าขนส่งในเที่ยวบินอาจจะสูงขึ้น เขาอาจจะกดราคามะม่วงเราลงอีก เพราะขณะนี้ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองนั้น มีการคัดเกรด คือเกรดเอและบี ขายราคาที่หน้าโรงคัด กก.ละ 55 บาท เกรดซี ขาย กก.ละ 45 บาท และเกรดเอส ขายกิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งเป็นราคาขายที่ต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งจะขายเกรดเอและบีที่ กก.ละ 60 บาท ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลอีก แล้วยังมีด่านสามรออยู่ คือ ผลผลิตในเดือนพฤษภาคม ที่เป็นฤดูการผลิตใหม่ เกษตรกร ชาวสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองก็จะเริ่มรับผลกระทบอีก เพราะถ้าสงครามไม่หยุดเพราะปุ๋ยส่วนใหญ่นำเข้าจากตะวันออกกลาง ราคาปุ๋ยก็จะถีบราคาสูงขึ้น ก็กระทบกับชาวสวนอีกรอบ ส่วนการใช้ปุ๋ยนั้น ตั้งแต่ต้นฤดูการผลิตก็ใช้ปุ๋ยยูเรียจำนวนมาก เพราะใช้ตั้งแต่เริ่ม จนถึงการออกผลผลิต เก็บมะม่วงมาขาย แล้วยังใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไปจนจบการผลิตมะม่วงเช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์ในขณะนี้ ก็คงไม่แตกต่างจากช่วงสงครามยูเครนกับรัสเซีย ที่ปุ๋ยน่าจะถีบราคาสูงขึ้นอีก และถ้าราคาปุ๋ยสูงขึ้นเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองก็จะได้รับผลกระทบทันที ซึ่งในขณะนี้ราคาปุ๋ยก็เริ่มถีบราคาขึ้นแล้ว ก็ยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้เกษตรกรอีก เพราะถ้าหาปุ๋ยมาบำรุงดินไม่ได้ก็เกิดผลกระทบเช่นกัน แต่ถ้าถึงที่สุดปุ๋ยขึ้นราคาแล้วยังหาปุ๋ยไม่ได้ก็คงต้องหันมาพึ่งตัวเอง ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก แล้วก็ยังต้องคิดต่ออีกว่า เคมีภัณฑ์จะขึ้นราคาหรือไม่ ซึ่งมองว่าจะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามมาอีกแน่
"ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นและกระทบกับเกษตรกรนั้น เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว และนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่คนหน้าใหม่ แต่เป็นคนหน้าเก่าที่อยู่ในหลายรัฐบาล เป็นคนมีศักยภาพแก้ไขเรื่องโรคระบาดโควิด-19 มาได้แล้ว และยังแก้ปัญหาการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชามาแล้ว จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี ช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ำมันให้ประชาชนและเกษตรกรด้วย ให้มีน้ำมันเพียงพอ ไม่จำกัดการเติมน้ำมัน ไม่ขึ้นราคาน้ำมัน จะทำให้ประชาชนในประเทศไทยผ่านวิกฤติ และมีความสุขได้"
ขณะที่นายศราวุธ จิตจะ อายุ 33 ปี พนักงานขับรถขนส่ง กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากบริษัท ให้มาทำการคัดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่โรงคัดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านแฮด ซึ่งทำเช่นนี้มาทุกปีต่อเนื่องกัน ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหาอะไร แต่ในครั้งนี้เป็นช่วงที่ตนอยู่บ้านใน จ.กาฬสินธ์ ขณะขับรถออกจากบ้านเพื่อที่จะมายังโรงคัดในอ.บ้านแฮด เติมน้ำมันลำบากมากเพราะปั้มบางปั้มไม่มีน้ำมันให้เติม เมื่อขับรถมาเรื่อยๆก็พบบางปั้มจำกัดการเติมเพียง 300-500 บาทเท่านั้น จึงได้เติมเพียง 500 บาท ขับมายังโรงคัด แต่ไม่สามารถนำมะม่วงไปส่งยังบริษัทฯได้ ซึ่งบริษัทได้ส่งรถขนส่งเฉพาะมารับมะม่วง จึงทำให้เห็นถึงปัญหาที่จะตามมา ว่าถ้าไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ รถรับจ้างและรถขนส่งสินค้า ไปไม่รอดแน่
ภูมิภาค48







