จบคดีมหากาพย์ “เสี่ยเต้นท์รถ” โกงชาวบ้าน จำคุกสองสามีภรรยา 318 ปี คดีฉ้อโกงกว่า 200 ล้าน
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ตัดสินคดีมหากาพย์สองสามีภรรยา”เต้นท์สมบูรณณ์”ที่หลอกลวงทั้งลูกค้าและคู่ค้าที่ต่อสู้กันมายาวนาน ทั้งคดีเก่าและคดีใหม่ที่เพิ่มขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีศาลมองว่ามีความผิดฉ้อโกงประชาชนจริงหลายกรรมหลายวาระสั่งจำคุกทั้งสามีและภรรยาคนละ 318 ปี อดีตเหยื่อเผย”สม”
วันที่ 21 มี.ค.2569 เต้นท์รถมือสองชื่อ”นิ่มนวลกลการ หรือสมบูรณ์กลการตั้งอยู่ในอ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีนายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล)และนางสาวนิ่มนวล(สงวนนามสกุล)สองสามีภรรยาอายุ 52 ปี เป็นเจ้าของที่กลายเป็นคดีมหากาพย์ เป็นที่รู้จักกันมายาวนานนับ 10 ปีที่เจ้าของเต้นท์ฉ้อโกงทุกรูปแบบทั้งคู่ค้าและลูกค้ามาซื้อหรือเอารถมาขายเช่นเอารถมาขายเจ้าของเต้นท์ใช้กลอุบายหลอกล่อให้เซ็นต์เอกสารแล้วไม่ได้เงินอ้างจ่ายแล้ว,ซื้อรถแล้วไม่ได้รถรวมถึงเอารถมาแลกคันใหม่แต่กลับเสียทั้งรถเก่าและไม่ได้รถใหม่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.สตึก ร่วม 300 คดี แต่ดำเนินคดีได้ประมาณ 270 คดี
ในเวลาต่อมาเจ้าของเต้นท์ได้วิ่งเต้นคดีทั้งทางตรงและทางอ้อมเพราะมีญาติเป็นนักกฎหมายระดับอัยการ ชาวบ้านร้องเรียนทั้งสื่อสารมวลชนร้องทั้งกระบวนการยุติธรรมหลายครั้ง ครั้งหนึ่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาลเคยมาติดตามและเร่งคดีด้วยตนเองแต่เรื่องยังไม่จบเพราะเจ้าของเต้นท์ยังก่อเหตุอย่างต่อเนื่องมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความทั้งตัวจังหวัดบุรีรัมย์ และต่างจังหวัดหลังจากเสี่ยเต้นท์รถเปลี่ยนวิธีใหม่ ด้วยการโพสต์รับซื้อรถถึงบ้านสุดท้ายไม่จ่ายเงินแล้วเสี่ยฯได้เอารถที่จะซื้อไปซ่อนแล้วเปลี่ยนหมายเลขเครื่องหมายเลขตัวถังใหม่เอาไปตั้งขายอย่างโจ่งครึม
คดีทั้งหมดได้เริ่มแดงขึ้นมาเมื่อปี 2561 ไม่รวมกับก่อนหน้านั้นที่เจ้าของรถหลงเซ็นต์เอกสารให้โดยไม่รู้ตัวและไม่สามารถดำเนินคดีได้อีกกว่า 100ราย รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 200 ล้านบาท และตกเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้พยายามเข้าไปค้นหาหลักฐานในเต้นท์และบ้านพักหลายครั้งแต่ทำได้แค่เป็นพิธีเพราะเสี่ยฯมีกุนซือที่ดีสามารถหลีกเลี่ยงคดีความมาได้อย่างตลอดแต่ครั้งที่ พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธาณี ทำหน้าที่ ผกก.สภ.สตึก เมื่อในช่วงปี 2565 -2566 ไม่รับการเจรจาหรือยืดเวลาการดำเนินคดีได้ส่งคดีทั้งหมดฟ้องศาลจังหวัดบุรีรัมย์ประมาณ 210 คดีไม่รวมกับคดีที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มอีกนับ 10 คดีท่ามกลางการลุ้นระทึกของผู้เสียหายทั้งหมดว่าคดีจะจบลงได้อย่างไร
ล่าสุด(20 มี.ค.69)ศาลชั้นต้นจังหวัดบุรีรัมย์ได้พิจารณาว่าทั้งสองได้กระทำความผิดจริงตามคำฟ้อง พิพากษาตัดสินคดี“เต้นท์รถสมบูรณ์” อ. สตึก จ.บุรีรัมย์ จำคุกสองสามีภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน คนละ 318 ปี โดยไม่รอลงอาญาและได้ประกันตัวออกไปเพื่อยื่นต่อศาลอุธรณ์
นายเดช คงรัมย์ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 68 ม.5 บ้านโนนสวรค์ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่านจ.บุรีรัมย์ 1 ในผู้เสียหาย เล่าว่าครั้งนั้นตนโดนโกงรถบรรทุก 6ล้อไปคดีของตนอยู่ลำดับที่ 270หลังทราบข่าวส่วนตัวรู้สึกดีใจที่กระบวนการยุติธรรมของไทยมีจริงการติดสินของศาลยุติธรรมแล้ว แต่ถ้าสั่งจำคุกแค่ 4-5 ปีไม่สมควรเพราะทั้งสองคนทำบาปกับชาวบ้านมาเป็นจำนวนมาก หลายคนล้มละลายบางคนต้องขายที่นามาใช้หนี้ ถ้าจะให้สาสมควรจะประหารชีวิตเพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงชาวบ้านอีก
ภูมิภาค55 #เต้นท์รถ #คดีฉ้อโกง #มหากาพย์ #เสี่ยเต้นท์ #ผู้เสียหาย #ศาลตัดสิน #จำคุก318ปี #ปราบปรามการฉ้อโกง #ธุรกิจฉ้อโกง #การเมืองท้องถิ่น #การฟ้องคดี #บาป #กระบวนการยุติธรรม #ชาวบ้าน #บุรีรัมย์








