ข่าวภูมิภาค

ตร.เร่งแกะรอยโจรยกตู้เซฟ 250 กก. กลางคอนโดโคราช พบกล้องลิฟต์ถูกถอด สูญกว่า 3 ล.

แชร์ข่าว

คดีสะเทือนโคราช โจรยกตู้เซฟหนัก 250 กก. จากห้องพักอินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร “มดออย” ภายในคอนโดกลางเมืองนครราชสีมา ทรัพย์สินทองคำและพระเครื่องหายรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำรวจเร่งตรวจกล้องวงจรปิด–คัดกรองคนเข้าออกอาคาร พร้อมพบพิรุธกล้องในลิฟต์ถูกถอดออก

จากกรณีที่ น.ส.พรรณราย หรือ “มดออย” อินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังทรัพย์สินภายในตู้เซฟขนาดใหญ่สูญหายไปจากห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา โดยตู้เซฟดังกล่าวมีน้ำหนักมาก และถูกซ่อนอยู่ในตู้บิวต์อินภายในห้อง ซึ่งครั้งสุดท้ายยังพบเห็นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนมาทราบว่าหายไปในคืนวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. สร้างความตกใจให้กับผู้เสียหายอย่างมาก

ตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟ พบว่า มีทองคำแท่งรวม 35 บาท ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง, ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 2 แท่ง และทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 5 แท่ง นอกจากนี้ ยังมีสร้อยข้อมือเลสหลวงพ่อรวย เลี่ยมทองคำ มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณเลี่ยมทอง มูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

ความคืบหน้าล่าสุด น.ส.พรรณราย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนไปชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ตั้งแต่ภายในห้องพัก ลิฟต์ ไปจนถึงจุดจอดรถของคอนโดฯ โดยพบความผิดปกติที่กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ถูกถอดออก ซึ่งทางนิติบุคคลแจ้งว่าสายแลนมีปัญหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค.69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุซ้ำอย่างละเอียด ทั้งตำแหน่งกล้องวงจรปิด เส้นทางเข้า–ออกอาคาร และจุดเสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อใช้ประกอบการสืบสวน เบื้องต้นพบข้อมูลบุคคลและยานพาหนะที่เข้าออกภายในคอนโดจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำมาคัดกรองและวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบรถทุกคันที่มีความเป็นไปได้ในการใช้ขนย้ายตู้เซฟขนาดใหญ่ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ทางคดี และหากสามารถติดตามของกลางกลับคืนมาได้ ก็จะนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เก็บไว้ ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล พ.ต.อ.ศิริชัย ระบุว่า คดีนี้ไม่น่ามีความซับซ้อน เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีระบบรักษาความปลอดภัยและการเข้าออกที่ชัดเจน เชื่อว่าหากตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด จะสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววัน พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ

ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวแนะนำ