รองผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เผยผลตรวจสอบ 31 บริษัทในพื้นที่อำเภอปาย ไม่พบเข้าข่ายนอมินี ย้ำชาวต่างชาติที่ทำงานในพื้นที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่องเพื่อปกป้องอาชีพคนไทย
วันที่ 17 มี.ค.69 นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบนอมินีจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการลงพื้นที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 2/2569 (สัญจร) ณ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริษัทที่คาดว่าจะเป็นนอมินี ซึ่งทางจังหวัดได้รับข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงพาณิชย์ และจังหวัดก็ได้ทำการตรวจสอบมาเป็นลำดับ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น มีบริษัทที่ควรดำเนินการตรวจสอบ มีจำนวน 31 บริษัท โดยคณะกรรมการฯ ได้ทำการตรวจสอบทางเอกสาร ทั้งข้อมูลการชำระภาษี การตรวจสอบข้อมูลการถือครองหุ้น ผู้มีอำนาจ และข้อมูลการถือครองที่ดิน ตลอดจนการตรวจสอบข้อมูลในทางลับ ผลปรากฏว่า ไม่พบบริษัทที่เข้าข่ายเป็นนอมินี แต่อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงติดตามตรวจสอบ บริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการชี้เป้าจากกระทรวงพาณิชย์ ก็ยังคงติดตามอยู่ทั้งจากการข่าว ของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมตรวจสอบเพื่อเป็นการป้องกัน รวมถึงกระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันการลักลอบทำงาน การเปิดบริษัทต่างๆ ที่จะมาแย่งอาชีพของคนไทย และของคนแม่ฮ่องสอน ซึ่งยังไม่พบการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด โดยมีทั้งนายอำเภอปาย พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย ได้ร่วมตรวจสอบในพื้นที่ และเฝ้าระวังอยู่ตลอด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่ออีกว่า จากทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ขอยืนยันว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีบริษัทนอมินี ส่วนชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ได้มีการขอใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง มีการจดทะเบียนถูกต้อง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางจังหวัดก็ยังคงติดตามดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกร่างคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ฉบับใหม่ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนกรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน หรือแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี ของบริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทย
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุเหตุผลว่า การยกร่างคำสั่งสำนักงานทะเบียนดังกล่าว เป็นการดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจในการแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยเป็นนอมินี อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบข้อมูลบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% และประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กว่า 75,000 ราย
ดังนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึง 50% หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ให้ต้องส่งเอกสารหลักฐานรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมายังคงปรากฏว่ามีการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งอาจถือว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงและเข้าข่ายเป็นการใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี ได้
ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวข้างต้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นสมควรเพิ่มมาตรการในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดที่มีผลทำให้คนต่างด้าวลงหุ้นรวมกันไม่ถึง 50% ในห้างหุ้นส่วน หรือแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยกระทำการอันเป็นให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุสาระสำคัญว่า ได้กำหนดการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนอันมีผลทำให้คนต่างด้าวลงหุ้นรวมกันไม่ถึง 50% ของเงินลงหุ้น หรือการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัทจำกัดอันมีผลทำให้คนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมและผู้เป็นหุ้นส่วนเข้าใหม่ หรือกรรมการเดิมและเข้าใหม่ที่มีสัญชาติไทยทุกคนมาแสดงตัว
พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนเอกสารดังกล่าวได้ตามกฎหมายซึ่งปรากฏภาพถ่ายของบุคคลนั้น ทั้งนี้ หลักฐานดังกล่าวต้องเป็นหลักฐานที่ยังไม่หมดอายุ และบันทึกถ้อยคำต่อหน้านายทะเบียนก่อนการรับจดทะเบียน








