สถานการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน รวมถึงประเทศไทย แม้ว่าภาครัฐจะยืนยันว่าปริมาณน้ำมันภายในประเทศยังคงเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าหลายพื้นที่เริ่มเผชิญปัญหาน้ำมันขาดช่วง บางสถานีบริการต้องปิดหัวจ่ายน้ำมันบางประเภท หรือจำกัดปริมาณการเติม ส่งผลให้การคมนาคมและการขนส่งสินค้าได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศที่ ตลาดสดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าเริ่มมีการปรับขึ้นราคาอาหารทะเลหลายชนิด โดยเฉพาะอาหารทะเลสด เช่น กุ้งและปลาหมึก ที่ปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 10–30 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่อาหารทะเลแห้งบางรายการก็เริ่มทยอยปรับราคาขึ้นเช่นกัน
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดระบุว่า การปรับราคาครั้งนี้เป็นผลจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งปริมาณวัตถุดิบจากเรือประมงและการนำเข้าบางส่วนลดลง ส่งผลให้พ่อค้าคนกลางปรับราคาสินค้าขึ้น และผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องปรับราคาขายหน้าแผงตามกลไกตลาด
ด้านผู้บริโภคเริ่มปรับพฤติกรรมการซื้อ โดยเลือกซื้อในปริมาณน้อยลง ทำให้บรรยากาศการค้าขายในตลาดค่อนข้างเงียบเหงา โดยพ่อค้าแม่ค้าระบุว่า ตลาดมหาชัยซบเซามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุเครนถล่มครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้ แม้ภายหลังจะมีการเปิดถนนให้รถสัญจรได้ครบทุกช่องจราจรและคาดหวังว่าบรรยากาศจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม แต่เมื่อเกิดวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ก็ยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ซบเซาหนักขึ้น







